ตรวจห้องเย็นปากน้ำ-รับอียูประเมินรมช.กระทรวงเกษตรฯ

เดินทางไปที่ท่าเรือหมายเลข 23 บริษัท ธนาพรชัย จำกัด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ติดตามการปฏิบัติงานควบคุมเรือประมงต่างชาติภายใต้มาตรการรัฐเจ้าของท่า (PSM) และการขนถ่ายสัตว์น้ำ และการออกเอกสารเพื่อควบคุมการขนถ่ายสัตว์น้ำจากท่าเพื่อไปโรงงาน/ห้องเย็น ตรวจสอบระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าประมงไทย เตรียมความพร้อมก่อนที่คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการประมงและทะเล (DG MARE) ของสหภาพยุโรป (EU) จะเดินทางมาตรวจประเมินในช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้

ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าสัตว์น้ำรายใหญ่ของโลก จึงให้ความสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าประมงให้ได้คุณภาพมาตรฐาน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและเป็นไปตามหลักปฏิบัติสากล โดยกรมประมงปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับของประเทศไทยเพื่อไม่ให้มีสัตว์น้ำที่มาจากการทำประมงผิดกฎหมาย

นายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ ประธานเชียงใหม่ ซูอควาเรียม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากอุโมงค์สัตว์น้ำเชียงใหม่ ซูอควาเรียม เป็นศูนย์แสดงสัตว์น้ำครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย รวบรวมปลาน้ำจืดลุ่มน้ำโขง และโลกใต้ทะเล เข้ามาอยู่ในอุโมงค์เชียงใหม่ ซูอควาเรียม มีพันธุ์สัตว์น้ำ ทั้งปลาน้ำจืด และน้ำเค็มมากกว่า 2,000 ตัว 250 สายพันธุ์ มีปลาหายากให้ชม เช่น ปลาฉลาม ปลาปักเป้าท้องตาข่าย ปลาไหลไฟฟ้า ปลาแรดเขี้ยวแม่น้ำโขง ปลาสเตอร์เจียน ไซบีเรีย เป็นต้น

ประธานเชียงใหม่ ซูอควาเรียม กล่าวอีกว่า และในวันที่ 17 พ.ย. 2560 จะครบรอบ 10 ปีการก่อตั้ง จึงจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ การให้อาหารปลา ดำน้ำดูปลา นำปลากระเบนเจ้าพระยา หรือปลากระเบนราหูน้ำจืด ออกมาฝึกฝนให้อาหารปลา เพื่อแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันในช่วงหน้าหนาวที่ใกล้จะเข้ามาถึงนี้ ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ มีการแสดงทุกวัน ขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา เข้ามาเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ ชมอุโมงค์สัตว์น้ำบนยอดดอยของเชียงใหม่ ซูอควาเรียม

ส่วนนายวุฒิชัย ม่วงมัน รักษาการ ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้ที่สวนสัตว์เชียงใหม่จัดแสดงกิจกรรมไดโนเสาร์ 9 สายพันธุ์ การแสดงความสามารถสัตว์ป่าแสนรู้ ให้ชมฟรีตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ต.ค.นี้ ทางสวนสัตว์ปรับปรุงกิจกรรมโครงการต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และก็ได้ผล โดยประสานกับทางเชียงใหม่ ซูอควาเรียม เพื่อผนึกกำลังในการปรับปรุงโปรโมตการท่องเที่ยวของสวนสัตว์เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขดำเนินงานด้าน Medical Hub ด้วยการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (พ.ศ. 2557-2560) และร่วมกับ 8 กระทรวง และภาคเอกชน ได้ยกร่างแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทยฉบับที่ 1 พ.ศ. 2560-2564 มีเป้าหมายเพื่อกำหนดนโยบายและมาตรการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาสมุนไพรไทยที่เป็นระบบ มีความยั่งยืน มีการวิจัยพัฒนาให้เป็นที่ยอมรับ รวมทั้งผลักดันให้พืชสมุนไพรของไทยเป็น 1 ในพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ขับเคลื่อนโมเดลไทยแลนด์ 4.0 และนโยบายประชารัฐของรัฐบาลสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย และโอกาสขยายช่องทางธุรกิจสมุนไพรไปยังประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

“กรมได้พัฒนาวิธีตรวจสอบเอกลักษณ์สารสำคัญชี้บ่งสมุนไพรในเครื่องสำอางผสมสมุนไพร มาตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบันสามารถพัฒนาวิธีการตรวจเอกลักษณ์สารสำคัญชี้บ่งสมุนไพรได้แล้วจำนวน 26 ชนิด ได้แก่ กวาวเครือขาว ขมิ้นชัน ไพล บัวบก ตะไคร้หอม ตะไคร้แกง ชาเขียว หม่อน มะกรูด ว่านหางจระเข้ เมล็ดองุ่น กระชายดำ เทียนกิ่ง ชะเอมเทศ มะละกอ แครอต ทานตะวัน กระเทียม แตงกวา อัญชัน มะคำดีควาย ฟักข้าว มะหาด มังคุด มะขาม และกาแฟ” อธิบดีกรมฯ กล่าว

นพ.สุขุม กล่าวอีกว่า นอกจากการตรวจวิเคราะห์เพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนของสารห้ามใช้โลหะหนัก และเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องสำอางแล้ว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ตรวจวิเคราะห์คุณภาพเครื่องสำอางผสมสมุนไพรเพื่อหาสารสำคัญชี้บ่งสมุนไพรที่ระบุว่าเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางสมุนไพรไปแล้วจำนวน 435 ตัวอย่าง พบว่ายังมีเครื่องสำอางผสมสมุนไพรที่ตรวจไม่พบสารสำคัญชี้บ่งสมุนไพรตามที่ระบุไว้ ดังนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะได้นำองค์ความรู้ไปช่วยผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยพัฒนากระบวนการผลิต รวมถึงการดูแลรักษาวัตถุดิบเพื่อช่วยกันผลักดันผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้มีคุณภาพต่อไป

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 สะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหาร (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วย พล.อ.วีรชัย อินทุโสภณ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ผบ.ทบ.) พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ เสนาธิการทหารบก(เสธ.ทบ.) พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.สุวิทย์ เกตุศรี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ม.2.รอ.) พร้อมด้วยข้าราชการนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และประชาชน กว่า 500 คน ร่วมโครงการจิตอาสาเฉพาะกิจ จิตอาสาสมัครใจ และจิตอาสาโครงการทำความดีด้วยหัวใจฯ

ทั้งนี้พล.อ.เฉลิมชัย ได้นำจิตอาสาถวายความเคารพพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมถวายสัตย์ปฏิญาณตนร่วมกัน จากนั้นได้แยกย้ายกันทำความสะอาด พร้อมเก็บกวาดขยะ ถูพื้น และขัดกำแพง เพื่อจัดเตรียมสถานที่ สำหรับเป็นพื้นที่รองรับประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีฯ ซึ่งเป็นพระเมรุมาศจำลอง และร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ในงานพระราชพิธีฯ วันที่26 ตุลาคม ที่บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นห่วงประชาชนที่จะมาร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ที่ต้องเจอกับสภาพอากาศที่ร้อนแดดแรงจัด ทำให้พื้นซีเมนต์มีอุณหภูมิสูง ทางกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีฯ(กอร.)จึงได้ประสานมาทางกองทัพบกและกองทัพเรือ เพื่อจัดเตรียมวัสดุในการปูพื้น ภายใน 2 -3 วันนี้ ตนได้พูดคุยกับเจ้ากรมพลาธิการทหารบกเพื่อนำพื้นที่นอนที่เป็นแผ่นยาวมาดัดแปลง ตอนนี้ได้เตรียมการไว้เบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม รายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) แจ้งว่า กพท.ได้ออกประกาศเรื่อง การบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมบินจากภายนอกหรือโดรน ระหว่างพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉบับที่ 2 โดยมีเนื้อหาว่า ระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ห้ามมิให้ผู้ใดบังคับหรือปล่อยโดรนเข้าไปในเขตพื้นที่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระเมรุมาศจำลองและซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ในเขตปริมณฑลและในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ รวมถึงเขตพื้นที่โดยรอบรัศมี 9 กิโลเมตร เป็นเขตเมือง เขตหมู่บ้าน ชุมชน หรือพื้นที่ที่มีคนมาชุมนุมอยู่ ผู้ใดฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เวลาที่เราเห็นบุคคล หรือสังคม รวมถึงประเทศชาติใดๆ ในโลกนี้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่จนมีภาพออกมาให้เห็นว่า มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายไม่ลำบากยากแค้น หรือบางทีก็ใช้ชีวิตอย่างหรูหราได้ตามชอบใจ เราควรจะศึกษาเรียนรู้ค้นคว้าให้ลึกลงไปว่า กว่าจะถึงวันที่สะดวกสบายได้ผ่านกระบวนการเคี่ยวกรำเผชิญปัญหาต่างๆ และหาทางออกของปัญหาได้อย่างไร จึงจะได้รู้จักชีวิต สังคม และประเทศชาติอย่างเป็นกระบวนการมีเหตุผล และเหตุปัจจัยพร้อมทั้งเงื่อนไขต่างๆ มากกว่าโชคช่วยหรือเทพองค์ใดบันดาล

เพื่อให้เกิดความกระชับและตรงประเด็นยิ่ง ขอนำเอาคุณธรรมมาวางให้เห็นกันชัดๆ ส่วนใครอ่านคุณธรรมเหล่านี้แล้วมีแรงจูงใจปรารถนาจะไปศึกษาและต่อยอดอ่านในรายละเอียดอีกจะยิ่งเป็นการดี ที่ได้กระตุ้นให้ลุกขึ้นคว้าหนังสืออ่านเป็นชุดๆ ไป พระพุทธเจ้าตรัสว่า “สุโข ปัญญาปฏิลาโภ การได้เฉพาะซึ่งปัญญา เป็นความสุข” นี่แปลตามตัวบาลี แต่ถ้าจะปรับให้เข้าใจแบบไทยแท้ๆ ไม่ต้องแปลอีก คงจะแปลว่า “การได้ปัญญานำมาซึ่งความสุข”

คำตรัสของพระพุทธเจ้าประจักษ์แท้ ว่า ขณะที่อ่านหนังสือด้วยจิตใจเป็นสมาธิจดจ่อไม่ไปไหน ก็มีความสุข ครั้งหนึ่งก่อน ครั้นได้ความรู้สู่ปัญญานำไปใช้ในการดำรงชีวิตได้ก็เป็นความสุขอีกครั้งหนึ่ง การหาความสุขจากปัญญาตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้นั้น เป็นความสุขสะอาดบริสุทธิ์ไม่มีผลข้างเคียง เป็นความทุกข์ย้อนกลับมาในภายหลัง ส่วนสุขจากการดื่มสุรา สุขจากการสูบบุหรี่ เมื่อทำบ่อยๆ เสพบ่อยๆ จะค่อยๆ มีผลข้างเคียงตามมา อย่างน้อย 2 ประการ คือ เสียทรัพย์ และเสียสุขภาพ เป็นบ่อเกิดแห่งโรค แต่การหาความสุขทางปัญญายิ่งมีมาก ยิ่งเพิ่มคุณภาพชีวิต จิตใจสงบ สะอาด สว่างเรื่อยๆ ยิ่งอ่านมากฟังมาก พระพุทธเจ้าขนานนามว่า “พหูสูต แปลว่า ผู้ได้ยินได้ฟังมาก หรือทรงภูมิรู้”

คุณธรรมเด่นที่พบจากวรรณกรรมชุดบ้านเล็ก คือ

ความสันโดษ ยินดีด้วยสิ่งที่มีอยู่ พึงพอใจในสิ่งที่ตนสามารถสร้างขึ้นมาได้ด้วยความสามารถของตน ไม่ปรารถนาสิ่งใดที่มากมายหรูหราเกินตัว ทุกครั้งที่เดินทางไปตั้งถิ่นฐานในที่แห่งใหม่ พ่อบ้าน (ชาร์ลส์) จะต้องลงมือสร้างบ้าน คุ้มแดด คุ้มฝน คุ้มลมหนาว คุ้มหิมะได้
พ่อบ้านนักบุกเบิกต้องมีความรอบรู้ มีฝีมือในการสร้างบ้านพักที่อยู่อาศัยทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ดูต้นไม้ใบไม้แล้วพิจารณาว่าจะใช้ไม้อะไร จะใช้ส่วนไหนของต้นไม้มาประกอบส่วนไหนของบ้าน ต้องจินตนาการแบบบ้านไว้ในสมองอย่างเรียบร้อย ต้องมีสุขภาพดี เข้มแข็ง เพราะต้องตัดไม้ โค่นไม้ แต่งไม้ให้ได้รูปต่างๆ พร้อมที่จะใส่ส่วนต่างๆของบ้านได้อย่างลงตัว ต้องแบกหรือลากไม้ได้โดยอาศัยแรงแม่บ้านหรือลูกๆ น้อยที่สุด

คุณธรรมที่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องทั้งหมดคือ ความอดทน พ่อบ้าน (ชาร์ลส์) แม่บ้าน (แคโรไลน์) ลูกๆ (ลอร่า และแมรี่) มีความอดทนอย่างถึงที่สุดในการเผชิญ ดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนและรุนแรงทั้งลมหนาว แดดจ้า หิมะตกจัด ฝนตกหนัก เข้าหลักขันติธรรมที่ว่า ทนลำบาก ทนตรากตรำ และทนเจ็บใจ ไม่เคยโทษดินฟ้า ไม่โทษโชคชะตา แต่ใช้ความอดทนเดินหน้าฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างที่ขวางหน้า แก้ปัญหาทุกอย่างไปไม่ท้อถอย

สติสัมปชัญญะ คือหัวใจสำคัญของการเคลื่อนไหวและตัดสินใจในการแก้ปัญหา เมื่อต้องเผชิญหน้าปัญหาที่ท้าทายใหม่ๆ จะทำอย่างไรจึงผ่านพ้นไปได้ เช่น ครอบครัวอิงกัลล์ เป็นคนต่างถิ่นเข้าไปทำไร่ในถิ่นอินเดียน บางครั้งพ่อบ้านเดินทางเข้าเมืองหรือเข้าป่าหาของกิน เมื่อชาวอินเดียนท้องถิ่นเดินเข้ามาในครัวชี้ไปที่สิ่งนี้สิ่งนั้น โดยพูดภาษากันไม่รู้เรื่อง แม่บ้านและลูกเล็กๆ จะตัดสินใจอย่างไร ให้ทั้งแม่ทั้งลูกปลอดภัย แม้จะสะทกสะท้านหวั่นไหวผวา แต่แม่บ้านและเด็กๆ ก็ใช้สติแก้ปัญหาผ่านไปด้วยการเลี้ยงอาหารและแสดงทีท่าที่มีไมตรีต่อกัน จนแขกแปลกหน้าที่น่าสะพรึงกลัวกลับไปด้วยความอิ่มหนำเสมอ

เรื่องนี้นอกจากสะท้อนคุณธรรมคือ การใช้สติปัญญาเป็นเลิศแล้ว ยังสะท้อนความจริงอย่างหนึ่งว่า การให้ คือ สายใยแห่งมิตรภาพที่เป็นสากลแม้ไม่เข้าใจภาษา แต่ถ้าได้หยิบยื่นสิ่งของให้ก็เป็นอันว่า สายใยแห่งมิตรภาพบังเกิดขึ้นแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดว่า “ทะทัง มิตตานิ คันถะติ ผู้ให้ย่อมผูกไมตรีไว้ได้ ทะทะมาโน ปิโย โหติ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก” ทุกครั้งที่แม่บ้านต้องเผชิญหน้ากับชาวอินเดียนท้องถิ่น เธอใช้สติสัมปชัญญะได้อย่างดี และใช้ทาน ผูกไมตรีไว้ได้โดยไม่มีอันตรายใดๆ ทุกคราไป

ใฝ่รู้สู้สิ่งยาก ครอบครัวอิงกัลล์ เป็นตัวอย่างแห่งความใฝ่รู้อย่างดี ทั้งในเรื่องตำราและประสบการณ์ตรง ความรู้จากตำรานั้น ครอบครัวนี้เดินทางไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ไหนไม่เคยทิ้งตำรา ต้องมีหนังสือพกติดตัวไปตลอดเวลา เมื่อมีเวลาว่างจากการทำงานในไร่ หรืองานแม่บ้านที่หนักหน่วง จะคว้าหนังสือขึ้นมาอ่านทันที ไม่ว่าจะอยู่ในถิ่นห่างไกลแห้งแล้งกันดารเพียงใด จะไม่ทิ้งการเรียนรู้ พ่อบ้านเวลาเดินทางเข้าเมือง ต้องนำหนังสือติดตัวกลับบ้านมาเสมอ จะเป็นหนังสือพิมพ์หรือหนังสือใดๆ ที่หาได้ต้องนำมาแล้วอ่าน นำเรื่องที่อ่านมาสนทนากัน ส่วนการใฝ่รู้จากประสบการณ์ตรงที่สะท้อนออกมาชัดเจนคือ การเดินทางไกล ที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การแสวงหาดินแดนใหม่ทางทิศตะวันตก คือการใฝ่รู้ด้วยการตั้งคำถามว่า จะได้พบทุ่งกว้างดินดีไถง่ายปลูกพืชงอกงามดี ที่ไหนเดินทางค้นหาเรื่อยไป ทุกท้องถิ่นที่ผ่านเข้าไปและกลับออกมาล้วนมีบทเรียนหลากหลายรสชาติที่สมาชิกทุกคนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง

ลอร่าลูกสาวคนที่สองของครอบครัวอิงกัลล์ ลูกพ่อชาร์ลส์และแม่แคโรไลน์ ได้ประสบมาและบันทึกถ่ายทอดแบ่งปันมายังคนรุ่นหลัง แม้เวลาผ่านไปเป็นร้อยปี บันทึกแห่งการเรียนรู้ชิ้นนี้ยังคงเล่าขานเรียนรู้สืบทอดต่อกันไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนเรื่องสู้สิ่งยากนั้น ใครได้อ่านหนังสือชุดนี้ พบว่า ทุกก้าวย่างล้วนยากเย็นแสนเข็ญ เส้นทางของนักบุกเบิกมิได้ปูพรมแดงและโรยด้วยดอกกุหลาบ แต่ต้องบุกป่าฝ่าทุ่งหญ้าข้ามแม่น้ำยามที่น้ำในแม่น้ำหรือทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง ข้ามแม่น้ำเชี่ยวกรากด้วยความเสี่ยง ต่อสู้กับไข้ป่า พายุหิมะ ความแห้งแล้ง ความหนาวเหน็บ ศัตรูพืช ตั๊กแตนแสนร้าย ลงไร่ไหนก็พินาศในพริบตา แต่นักบุกเบิกพกคำว่า สู้ มาเต็มหัวใจ ไม่มีคำว่า ถอย ตกหล่นอยู่ในหัวใจของนักบุกเบิกเลยแม้แต่คำเดียว

มีดนตรีและศาสนธรรมในใจ ทุกคืนก่อนนอน ในคืนที่ชาร์ลส์ พ่อบ้านไม่เมื่อยล้าจนเกินไป จะสีไวโอลินให้ลูกๆ และภรรยาฟังอย่างไพเราะอ่อนหวาน ปิดท้ายด้วยการอ่านคัมภีร์ไบเบิ้ลที่พกไปทุกหนทุกแห่ง ครอบครัวนี้แม้อยู่ไกลแสนไกล แต่ไม่เคยละทิ้งศาสนธรรมเมื่อมีโอกาสเข้ามาอยู่ใกล้เมืองก็เข้าโบสถ์เป็นประจำและช่วยเหลือกิจการอย่างแข็งขันด้วยความเสียสละอย่างยิ่ง ดั่งคราวหนึ่งรองเท้าของชาร์ลส์พ่อบ้านอิงกัลล์ขาดและเย็บปะจนเต็มทนแล้วเตรียมเงิน 3 ดอลลาร์ เพื่อซื้อรองเท้าคู่ใหม่ พอดีเจอท่านสาธุคุณกำลังรวบรวมเงินจากสมาชิกเพื่อซื้อระฆังแขวนที่โบสถ์ เขาคิดว่าท่านสาธุคุณคงหาเงินตามจำนวนที่ต้องการนั้นยากจึงบริจาคให้ไป แล้วสวมรองเท้าคู่เก่าเดินกลับมาบ้าน

เขาบอกภรรยาและลูกของเขาว่า เงินซื้อรองเท้าหาเอาใหม่ได้ นี่แสดงถึงการอุทิศตนต่อส่วนรวมและศาสนา อันเป็นการพัฒนาจิตใจของคนในชุมชนให้สงบเยือกเย็น อบอุ่น ปลอดภัย ด้วยศาสนธรรมอันควบคู่กันไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า เรือกสวนไร่นาที่กำลังลงมือทำกันอยู่อย่างจริงจัง ความเจริญทางด้านวัตถุในดินแดนนี้ตั้งอยู่บนรากฐานแห่งศาสนธรรมมาช้านานเช่นกัน

ส่งเสริมการศึกษา นักบุกเบิกไปถึงไหน โรงเรียนและโบสถ์ต้องไปถึงนั่น เด็กที่ติดตามพ่อแม่ไม่ว่าไปอยู่ตรงไหน ถ้ามีโรงเรียนต้องไปเรียนทันที เด็กๆ จะได้เรียนหนังสือ เรียนคณิตศาสตร์ สะกดคำ อ่านได้และอื่นๆ ตามที่ชุมชนร่วมกันกำหนดทิศทางให้ลูกหลานของตนเอง พ่อแม่ทุกคนต่างกระตือรือร้นที่จะช่วยสถานศึกษานั้นทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์ ดินแดนอเมริกาจึงอาศัยการศึกษาที่กระจายอยู่ทุกถิ่นเป็นเครื่องมือในการสร้างชาติให้เจริญรุ่งเรืองตามลำดับ

รักการผลิต แม้นักบุกเบิกจะอยู่ในสังคมเกษตร ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน แต่ทุกก้าวย่างที่เดินทางไปตั้งรกรากต้องมีความคิดในด้านผลิต และการแปรรูปควบคู่กันไป เช่น ถ้าต้องการดื่มนมก็ต้องเลี้ยงวัวเอง ครอบครัวหนึ่งมีวัวเพียงตัวเดียวก็สามารถมีนมดื่มได้อย่างทั่วถึง ส่วนที่เหลือจากดื่มก็ทำชีสและเนยเก็บไว้รับประทานต่อไป พืชพันธุ์แทบทุกชนิดถ้าเหลือจากการรับประทานจากจำหน่ายต้องนำไปแปรรูป เพื่อให้อยู่ได้นาน ต่อมาก็เป็นการเพิ่มมูลค่าทางการเกษตรได้เป็นอย่างดี
ความรัก การอภัย ความเข้าใจและความเห็นคุณค่าแห่งสมาชิกในครอบครัว เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างครอบครัวเข้มแข็ง ที่จะผลิตคนรุ่นใหม่ที่อบอุ่นแข็งแรงและสู้งานได้อย่างดีจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งนี้ศาสนธรรมแห่งศาสนามีบทบาทต่อการกล่อมเกลาประชาชนอย่างลึกซึ้ง

คุณธรรมที่กล่าวมานี้เป็นส่วนหนึ่งของคุณธรรมและวัฒนธรรมอื่นๆ มากมาย ที่นักบุกเบิกทั้งหลายได้พกติดตัวไปในการแสวงหาดินแดนแห่งการตั้งรกรากใหม่ๆ สมบัติสำคัญของนักบุกเบิกนอกจากจะมีเกวียนที่แข็งแรงเทียมด้วยม้าและวัวที่แข็งแรง นักบุกเบิกต้องมีใจกล้า แข็งแกร่งที่สุดด้วย ใจกล้าแกร่ง เป็นสภาวธรรมอันเป็นอกาลิโก ไม่จำกัดกาลเวลา ไม่จำกัดสถานที่ ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดวัย ล้วนมีได้ทุกคนจากการฝึกฝนผ่านอุปสรรคต่างๆ

ในโอกาสที่ได้มาเยือนและมีชีวิตร่วมกันในดินแดนนี้ ในวันที่ความสะดวกสบายทุกอย่างถึงพร้อม ขอคารวะดวงใจอันกล้าแกร่งของนักบุกเบิกสุภาพบุรุษสุภาพสตรีทั้งหลาย ที่ได้อุทิศตนสร้างสรรค์ รักษาและส่งต่อประเทศนี้ให้ได้เป็นแหล่งพำนักพักพิงที่สะดวกสบาย แก่คนรุ่นหลังที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศเพื่อบุกเบิกแสวงหาชีวิตใหม่ที่ดีกว่า ดังที่ท่านทั้งหลายได้ทำมาในอดีตรุ่นแล้วรุ่นเล่านั้นเถิด

จิตอาสา มทร.ธัญบุรี จัดดอกไม้เพื่อพ่อ ร่วมใจน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

จิตอาสา คณาจารย์ ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันสาขาวิชาเทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ร่วมโครงการ “ดอกไม้เพื่อพ่อ” เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรจัดโดยมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และประชาชนชุมชนชาวปากคลองตลาด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วินัย ตาระเวช global-customer.com หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า ศาสตร์ของสาขาวิชาว่าด้วยเรื่องของการจัดดอกไม้ และการประดิษฐ์สร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวผู้เรียนในอนาคต การนำความรู้ที่เรียนมาไปใช้ให้ก่อประโยชน์จึงเป็นสิ่งที่ดี สำหรับโครงการ “ดอกไม้เพื่อพ่อ” มีจิตอาสาประกอบด้วยคณาจารย์ ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันสาขาวิชาเทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์เข้าจำนวน 80 คน เข้าร่วมจัดดอกไม้ร่วมกับจิตอาสา เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้นำความรู้ที่เรียนมาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ได้ทำเพื่อสังคม ฝึกการเป็นจิตอาสาและยังถือเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่หาไม่ได้ในห้องเรียน

นายชนก พิมพ์สวัสดิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 (หลักสูตรเทียบโอน) สาขาวิชาเทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ บอกว่า ได้มีโอกาสไปร่วมจัดดอกไม้ในครั้งนี้ ภูมิใจเป็นอย่างมาก ซึ่งตนเองเป็นนักศึกษามาจากต่างจังหวัด “ครั้งหนึ่งได้จัดดอกไม้เพื่อพ่อ”ตนเองรับผิดชอบในส่วนของการจัดดอกดารารัตน์ที่มีขนาดใหญ่ เพื่อนำมาไปประกอบเป็นชิ้นงานที่มีชื่อว่าบ้าน และรับผิดชอบในส่วนของการร้อยดอกรัก เพื่อนำไปประกอบเป็นซุ้มดอกไม้ เพื่อน้อมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นำความรู้ทางด้านการจัดดอกไม้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ได้ทำดีเพื่อในหลวง

เช่นเดียวกับ นางสาวภาวรินทร์ กอบกูล นักศึกษาชั้นปีที่ 1 (หลักสูตรเทียบโอน) สาขาวิชาเทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ บอกว่า ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการจิตอาสาดอกไม้เพื่อพ่อ ภูมิใจมาก นำความรู้ที่เรียนมาใช้จัดดอกไม้เพื่อพ่อ ได้ทำอะไรเพื่อสังคม แม่ค้าและชาวบ้านปากคลองตลาดในดีมาก ให้ความช่วยเหลือ พร้อมมอบความรู้ให้ บางอย่างที่ไม่ได้เคยได้ทำ ได้เรียนรู้จากการไปทำกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ทำดอกดารารัตน์จากการร้อยรัก ในการร่วมการทำดอกไม้ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของคนไทย ทุกคนร่วมแรงร่วมใจทำเพื่อพ่อ ตนเองเป็นหนึ่งในประชาชนชาวไทยที่รักในหลวง

คณาจารย์ ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันสาขาวิชาเทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สำหรับผู้สนใจสามารถร่วมชม “ดอกไม้เพื่อพ่อ” ตั้งแต่บัดนี้ – 27 ตุลาคม 2560 ณ บริเวณถนนจักรเพชร (ปากคลองตลาด) ตั้งแต่ลานปฐมบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 1 เชิงสะพานพุทธจนถึงหน้าสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง

บริษัท ข้าว ซี. พี. จำกัด (โรงสีข้าวสุพรรณบุรี) ได้รับรางวัลชนะเลิศ ด้านการอนุรักษ์พลังงานประเภท Special submission industry โดยปิยะ กุมารา (ผู้จัดการทั่วไป) เป็นตัวแทน บริษัท ข้าว ซี. พี. จำกัด ขึ้นรับมอบรางวัลดีเด่นด้านพลังงาน จาก lr. Dr.Sanjayan Velautham (ASEAN Center for Energy’s Executive Director) ประธานในพิธีงาน 35th ASEAN ENERGY AWARDS ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัทของประเทศไทยที่ได้รับรางวัล ณ เมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ด้านหลังพระเมรุมาศจำลอง สนามทุ่งศรีเมือง เทศบาลนคร (ทน.) อุดรธานี นายสิทธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ประกอบพิธีสู่ขวัญข้าว ก่อนนำต้นข้าวเหนียว กข 6 ที่ย้ายมาจากแปลงนา 20 อำเภอ ปลูกลงในแปลงจำลอง “เกษตรทฤษฎีใหม่” มีนายฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ เกษตรจังหวัดอุดรธานี, เครือข่ายประชารัฐเกษตรอินทรีย์อุดรธานี, นศ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี และนายภิมรย์พร พินทะปะกัง หรือ “ไมค์ ภิรมย์พร” ศิลปินนักร้องชื่อดังชาวอุดรธานี ร่วมพิธีและลงปลูกข้าว

นายภิรมย์พร กล่าวว่า การได้ร่วมกิจกรรมปลูกข้าวในแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่รอบพระเมรุมาศจำลองในวันนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงสอนให้รู้จักทำเกษตร ให้รู้จักประกอบอาชีพด้วยความซื่อสัตย์ ประหยัด มัธยัสถ์ และอดทน ซึ่งได้ทำตามที่พระองค์สอน ว่างเว้นจากงานก็จะกลับบ้านจังหวัดอุดรธานี มาทำสวนตามแนวของพระองค์