บาทแข็งจะส่งผลอย่างยิ่งต่อการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าเกษตร

คู่แข่งสำคัญคือเวียดนาม ค่าเงินด่องแข็งค่าเพียง 2% เท่านั้น แต่ค่าเงินไทยแข็งแล้ว 6% ทำให้ราคาข้าวไทยสูงกว่าเวียดนามตันละ 24 ดอลลาร์สหรัฐ จะส่งผลให้การตัดสินใจสั่งซื้อข้าวไทยลดลง ดูจากการประมูลซื้อข้าวของฟิลิปปินส์ เวียดนามคว้าไปเกือบทั้งหมด ส่วนอินโดนีเซียก็ยังไม่ชัดเจนว่าปีนี้จะเปิดประมูลซื้อหรือไม่ เพราะผลผลิตอินโดนีเซียอาจเพียงพอถึงสิ้นปี จึงเป็นไปได้ยากที่จะผลักดันให้ราคาข้าวเปลือกในประเทศถึงตามเป้า ส่งออกข้าวไทยไม่ได้เลวร้ายมากนัก ยังซื้อข้าวนึ่ง แต่คงไม่มากพอจะกระตุ้นราคาข้าวช่วงปลายปีให้สูงขึ้น โครงการรับจำนำข้าวเปลือกยุ้งฉางจะช่วยพยุงราคาได้ระยะหนึ่ง ผู้ส่งออกหวังว่ารัฐบาลและ ธปท.จะออกมาตรการดูแลเงินบาทที่แข็งค่า ตอนนี้แข็งถึง 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สูงมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของก่อนอยู่ที่ 36 บาท” ร.ต.ท.เจริญ กล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า ปี 2560/61 คาดว่าผลผลิตข้าวโลกมี 482.459 ล้านตัน ลดลง 0.27% เพราะแนวโน้มผลผลิตลดลงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกาเหนือ แอฟริกาและอินเดีย การบริโภคข้าวโลกคาดอยู่ที่ 479.07 ล้านตัน และลดลง 0.26% ส่วนการค้าข้าวโลก 43.92 ล้านตัน ลดลง 1.39% แต่สต๊อกข้าวโลกมี 122.92 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.96% ขณะที่ข้อมูลการส่งออกข้าวไทยของสมาคมผู้ส่งออกข้าวระบุว่า เดือนกันยายนแนวโน้มปริมาณส่งออกลดลง เพราะชะลอดูผลผลิตใหม่ ราคาจะอ่อนตัวลง ยกเว้นข้าวหอมมะลิ ทำให้การค้าในตลาดชะลอตัวลง แต่ไทยยังคงส่งมอบข้าวเพราะมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าและชนะการประมูลข้าวของฟิลิปปินส์ 25,000 ตัน และซื้อผ่านบริษัทตัวแทนขายอีก 50,000 ตัน ชนะประมูลข้าวบังกลาเทศ 50,000 ตัน และชนะประมูลข้าวกล้องเกาหลีใต้อีก 20,000 ตัน ซึ่งจะส่งมอบภายในเดือนกันยายนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จังหวัดเชียงราย กลุ่มผู้ค้าต่างนำตัวด้วงกว่างขึ้นแขวนให้ลูกค้าเลือกซื้อระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม โดยมีกลุ่มผู้ชื่นชอบการเลี้ยงตัวด้วงกว่างและเล่นกีฬาชนกว่างตามฤดูกาลเลือกซื้อ สามารถสร้างรายได้เสริมให้ชาวบ้านอย่างดี บางรายมีรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 8,000-10,000 บาท โดยราคาเริ่มต้นตัวละ 150 บาท ไปจนถึงหลายพันบาท รวมทั้งขายเชือกมัดกว่าง อุปกรณ์ในการชนกว่าง และอุปกรณ์เสริมด้วย

นายไพบูลย์ ม่วงโกศัย พ่อค้าขายกว่าง กล่าวว่า ได้สั่งซื้อด้วงกว่างมาขายจาก จังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากภาคเหนือยังไม่มีด้วงกว่างที่โตเต็มที่ สำหรับด้วงกว่างที่มีราคาสูงต้องเป็นกว่างซ้งที่มีเขายาว มีขนาดใหญ่สวยงาม หากตัวมีขนาดเล็กราคาจะลดลงตามไปด้วย ลูกค้าส่วนใหญ่นิยมซื้อไปชนกัน โดยการชนกว่างแต่ละครั้งมีการวางเดิมพันสูง ทำให้กว่างที่ชนะมีค่าตัวสูงตามไปด้วย

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ และที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2560 เห็นชอบที่กระทรวงพาณิชย์เสนอมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ปีการผลิต 2560/61 ด้านการตลาด จำนวน 3 โครงการ รวมวงเงิน 8.72 หมื่นล้านบาท เป็นวงเงินสินเชื่อ 3.35 หมื่นล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 5.37 หมื่นล้านบาท โดยใช้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินการ

ทั้งนี้ ประกอบด้วย มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ปีการผลิต 2560/61 มีเป้าหมาย 12.5 ล้านตันข้าวเปลือก แบ่งเป็น โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ให้กับสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร เพื่อรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อจำหน่ายหรือแปรรูป 2.5 ล้านตัน วงเงินสินเชื่อ 1.25 หมื่นล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 406 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย MLR-1% โดยสถาบันการเกษตร รับภาระดอกเบี้ย 1% และรัฐรับ 3% ระยะเวลาโครงการ 1 ต.ค. 2560-30 ก.ย. 2561

โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว และปรับปรุงคุณภาพข้าวให้แก่เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวนาปี เป็นการให้สินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวนาปี จำนวน 2 ล้านตันข้าวเปลือก ความชื้นไม่เกิน 15% ในอัตราประมาณ 90% ของราคาข้าวเปลือกแต่ละชนิด ระยะเวลาทำสัญญาเงินกู้ 1 พ.ย. 2560-28 ก.พ. 2561 กำหนดชำระเงินกู้คืนภายใน 5 เดือน มีค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวตันละ 1,500 บาท

การช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้แก่เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2560/61 ที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกลับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อลดภาระในค่าใช้จ่ายการเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวโดยจ่ายเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,200 บาท ตามพื้นที่ปลูกจริงแต่ไม่เกิน 10 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 12,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2560-31 ก.ค. 2561 วงเงิน 7.33 หมื่นล้านบาท เป็นวงเงินหมุนเวียนสินเชื่อ 2.1 หมื่นล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 5.23 หมื่นล้านบาท

โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก เป้าหมาย 8 ล้านตันข้าวเปลือก เป็นระยะเวลา 2-6 เดือน โดยรัฐจะชดเชยอัตราดอกเบี้ย 3% นับตั้งแต่วันที่รับซื้อ วงเงินงบประมาณ 940 ล้านบาท นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้ความรู้เกษตรกร และผู้ประกอบการสินค้าในชุมชนที่มีสินค้าเป็นเอกลักษณ์ ทั้งที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) และไม่ได้ขึ้นทะเบียนจีไอ เช่น ผลไม้, อาหาร, พืชผลทางการเกษตร และสินค้าของชุมชน ให้รวมกลุ่มกันตั้งทีมตรวจสอบไม่ให้พ่อค้าที่แอบอ้างนำสินค้าจากแหล่งอื่นมาแอบใช้ชื่อสินค้าในชุมชน เพื่อหลอกขายตามตลาดต่างๆ จนสร้างความเสียหายแก่สินค้าของชุมชน

“กรม กังวลว่าหากพ่อค้านำสินค้าจากแหล่งอื่นมาอ้างว่าเป็นสินค้าดังจากชุมชนต่างๆ ไปขายในท้องตลาด อาจทำให้สินค้าที่มีชื่อเสียงของชุมชนได้รับความเสียหายเพราะคุณภาพสินค้าหรือรสชาดความอร่อยไม่เหมือนกัน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเหตุการณ์ดังกล่าวมาแล้ว ดังนั้นหากชุมชนมีความเข้มแข็ง ด้วยการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานท้องถิ่น ในการตรวจสอบว่ามีพ่อค้ารายใดมาแอบมาอ้างชื่อก็สามารถร้องเรียนมายังกรมหรือผู้เกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินคดี”

นายทศพล กล่าวว่า สินค้าที่เห็นได้ชัดเจน เช่น สับปะรดภูแล มีการจำหน่ายกันทั่วประเทศโดยไม่ทราบว่าสับปะรดที่พ่อค้านำมาจำหน่ายจะเป็นภูแลของแท้ หรือเป็นพันธุ์ที่ใกล้เคียงกัน จนไม่สามารถแยกได้ ดังนั้นหากมีมาตรการในการตรวจสอบแหล่งที่มา จะทำให้เป็นผลดีต่อแก่เกษตรกร เช่น การรวมกลุ่มกันของคนในชุมชนกับภาครัฐในการติดแหล่งที่มาของผลไม้ ทั้งการส่งเสริมให้ติดบาโค้ด หรือวิธีอื่นๆ เชื่อว่าต่อไปพ่อค้าไม่กล้าที่จะนำผลไม้ที่อื่นหรือพันธุ์ใกล้เคียงกันมาสวมรอย

“เป็นการกยกตัวอย่างกรณีของสับปะรดภูแลที่มีการขายกันมาก ซึ่งคนซื้อก็ไม่รู้ว่าอันไหนของแท้หรือพันธุ์อื่น ดังนั้นหากมีเครื่องมือตรวจสอบแหล่งที่มา แล้วเจ้าหน้าที่จะมีการสุ่มตรวจเชื่อว่าพ่อค้าก็ไม่กล้าแอบอ้าง และที่สำคัญในอนาคตอาจทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะสินค้าจะมีจำกัดหรือมีแต่ของแท้”

นอกจากนี้ ยังทราบข่าวว่า ปัจจุบันมีผลไม้ของไทยหลายชนิดถูกพ่อค้าต่างชาตินำไปมาติดเครื่องหมายการค้าของตนเอง เช่น ผู้นำเข้าทุเรียนเมืองจันท์ จากประเทศจีน ที่ระบุในแบรนด์สินค้าว่าเป็นทุเรียนเมืองจันท์ ซึ่งเป็นทุเรียนที่มีคุณภาพและอร่อย เพื่อทำตลาดในประเทศจีน เบื้องต้นแม้ว่าสามารถทำได้ แต่หากพ่อค้าดังกล่าวนำทุเรียนจากประเทศอื่น หรือ จากแหล่งอื่นมาอ้างว่าเป็นทุเรียนเมืองจันท์จะผิดกฎหมายทันที เพราะจะทำให้ทุเรียนเมืองจันท์เสียชื่อเสียง เนื่องจากรสชาติ คุณภาพจะแตกต่างกัน

“การที่พ่อค้าต่างชาติที่เข้ามาซื้อทุเรียนในไทยแล้วขอเครื่องหมายทางการค้าตนเอง เพื่อให้ลูกค้าได้รับรู้ว่าเป็นทุเรียนจันท์ก็สามารถทำได้ เพราะเกษตรกรไทยจะเน้นขายวัตถุดิบคือ ขายผลไม้ แต่หากพ่อค้าคนเดียวกันนำทุเรียนจากแหล่งอื่นมาอ้างว่าเป็นทุเรียนจันท์ ทางผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถที่จะดำเนินคดีได้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทางกรม ส่งเสริมให้มีการติดเครื่องหมายการค้าของผลไม้ต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำได้ง่าย”

เมื่อเร็วๆ นี้ นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมด้วยร้อยเอกธเนศ จันทกลิ่น รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นำทีมชุดปฏิบัติการตรวจสอบกำกับดูแลโรงงานฯ ตรวจสอบยกระดับโรงงานด้านสิ่งแวดล้อม กากอุตสาหกรรม ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและเพิ่มศักยภาพโรงงาน ณ บริษัท อาหารเบทเทอร์ จำกัด ในเครือเบทาโกร โรงงานอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร โดยมี ดร.ณรงค์ชัย ศรีสันติแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร สายงานปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจอาหาร เครือเบทาโกร ให้การต้อนรับ

ภายหลังการตรวจเยี่ยม ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า เบทาโกร ให้ความสำคัญและตระหนักต่อนโยบายของภาครัฐในทุกด้านอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการยึดหลักปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบในด้านกระบวนการผลิตและการจัดการภายในโรงงาน ด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของลูกจ้าง สิ่งแวดล้อม ชุมชนรอบข้าง ฯลฯ และมุ่งยกระดับมาตรฐานโรงงานในเครือฯ สู่ระดับสากล

ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา เครือเบทาโกรให้ความสำคัญเรื่อง “คุณภาพ” เข้มข้นในระดับที่เรียกว่า Uncompromising Quality หากตรวจพบข้อผิดพลาดจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นออกไปสู่ภายนอก โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ Excellent People ได้แก่ พนักงาน และ คู่ค้า ผสมผสานกับ Excellent process ภายใต้ ระบบการจัดการคุณภาพของเครือฯ คือ Betagro Quality Management 24/7 (BQM 24/7) ที่มุ่งเน้นเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารทุกวันตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง และมีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Betagro e – Traceability) กระบวนการที่โปร่งใสตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) เพื่อให้ผู้บริโภคทราบและมั่นใจถึงที่มาของผลิตภัณฑ์ ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จในการส่งต่ออาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพถึงมือผู้บริโภค ภายใต้แนวคิด “เพื่อคุณภาพชีวิต” (Quality for Life)

สำหรับนโยบาย การบริหารจัดการและการยกระดับด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในโรงงาน เป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่สำคัญของทั้ง Excellent process และ Excellent People ด้าน Excellent process ได้แก่ นโยบายด้าน S.H.E. (Safety Health and Environment) มาตรฐานสากลในด้านวิศวกรรมความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม Betagro Engineering Management (B.E.M.) และด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ในกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการ เพื่อมุ่งสู่ World Class Manufacturing (WCM) อันเป็นเป้าหมายสูงสุดสู่ระดับสากล เป็นต้น ส่วน Excellent People มุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพของพนักงานทุกระดับ ให้มีความรู้ ความสามารถ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ให้ความสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการจัดการด้านแรงงาน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน โดยยึดหลักปฏัติตามมาตรฐานและกฎหมายแรงงาน ยิ่งไปกว่านั้น ได้กำหนดมาตรฐานแรงงานเบทาโกร (Betagro Labor Standard)

เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านแรงงานของทุกบริษัทในเครือฯ ให้มีมาตรฐานเดียวกันและมีการพัฒนาระบบการจัดการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อกำหนดของ BLS ประกอบด้วย ด้านการคุ้มครองแรงงาน ด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ ด้านแรงงานสัมพันธ์ ด้านอาชีวะอนามัยและความปลอดภัย และระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ อาชีวะอนามัยและความปลอดภัย โดยผลักดันมาตรฐานดังกล่าว ไปสู่ผู้เกี่ยวข้องตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะคู่ค้า ให้มีมาตรฐานเดียวกันด้วย

ในปีนี้ คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ จัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2560 (Thailand Research Expo 2017)” ระหว่าง วันที่ 23-27 สิงหาคม 2560 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

ศาสตร์พระราชา พัฒนาประเทศไทยเติบโตยั่งยืน

ภายหลังพิธีเปิดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2560” พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบรางวัล National Ethics Committee Accreditation System of Thailand (NECAST) และประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวกับสารเคมีตามมาตรฐาน (มอก. 2677) พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ศาสตร์พระราชา : วิจัยและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” ซึ่งมีเนื้อความโดยสรุปดังนี้

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้สวนจิตรลดาเป็นศูนย์วิจัยค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับด้านการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ เมื่อได้ผลดี จึงมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำความรู้ดังกล่าวไปส่งเสริมให้เกษตรกรได้ทดลองใช้ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนทั่วประเทศ ผลงานของพระองค์ ถือเป็นศาสตร์พระราชา ที่พัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่เน้นความพอประมาณ มีเหตุผล และภูมิคุ้มกัน เป็นแนวทางการดำรงชีวิตของประชาชนไทยมานานกว่า 40 ปี ศาสตร์พระราชา นับเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่รัฐบาลได้น้อมนำไปใช้ในทุกมิติ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตให้แก่คนไทย เช่นเดียวกับรัฐบาลกว่า 100 ประเทศ ที่ได้น้อมนำศาสตร์พระราชาไปปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาภายในประเทศของตัวเอง จึงอยากให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสานต่อศาสตร์พระราชา เพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

วช. ร่วมพลังเครือข่ายโชว์ผลงานวิจัย

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า การจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2560 (Thailand Research Expo 2017)” เป็นเวทีระดับชาติ ที่นำเสนอผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมการวิจัยที่มีคุณภาพ เพื่อเชื่อมโยงบูรณาการ องค์ความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ทั้งในมิติเชิงวิชาการ นโยบาย สังคม ชุมชน พาณิชย์และอุตสาหกรรม โดยเริ่มจัดครั้งแรก เมื่อปี 2549 ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมการวิจัยที่มีคุณภาพ

การจัดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2560 ในปีนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 12 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการวิจัย” สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่องานวิจัยไทย

นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างสรรค์ และสร้างแรงขับเคลื่อน เพื่อพัฒนาให้เกิดการนำองค์ความรู้ ผลผลิต เทคโนโลยี และนวัตกรรม จากการวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ ตลอดจนเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการวิจัยของไทยที่มีศักยภาพไปสู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ระดับประเทศและนานาชาติ ภายใต้แนวคิด “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

กิจกรรมภายในงานแบ่งเป็น 9 ส่วน ได้แก่ การแสดงนิทรรศการ ประกอบด้วย นิทรรศการน้อมรำลึกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็นพระบิดาแห่งการวิจัยไทย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์

นิทรรศการผลงานวิจัยและกิจกรรมการวิจัยจากหน่วยงานในระบบวิจัยร่วมด้วย “ผลงานวิจัยเชิงศิลปะ” และ “ผลงานวิจัยตอบโจทย์วิจัยเชิงพื้นที่” นิทรรศการผลิตผลองค์ความรู้การวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ชุมชนสังคม (Research for Community) นิทรรศการผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษากว่า 127 หน่วยงาน นำเสนอผลงานมากกว่า 500 ผลงาน ใน 7 ประเด็นกลุ่มเรื่องวิจัย ได้แก่ งานวิจัยเพื่อความมั่นคง งานวิจัยเพื่อการเกษตร งานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม งานวิจัยเพื่อสังคม งานวิจัยเพื่อการแพทย์และสาธารณสุข งานวิจัยเพื่อพลังงาน งานวิจัยเพื่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

“บางจาก” สนับสนุนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนาม “บันทึกความร่วมมือ ในการส่งเสริมและสนับสนุนผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์” ระหว่าง นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อพัฒนางานวิจัยให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม สร้างโอกาสและนวัตกรรมใหม่ทางด้านผลิตภัณฑ์ได้อย่างยั่งยืน ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2560

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สิริฤกษ์ fuyibapro.com กล่าวว่า “บางจาก” ได้คัดเลือกผลงานวิจัย จำนวน 2 ชิ้น ได้แก่ “ชุดควบคุมการติดตามดวงอาทิตย์ 2 แกน” ของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ “ระบบแจ้งเตือนการทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์ในโรงไฟฟ้าโซล่าฟาร์มเพื่อให้ประสิทธิภาพการจ่ายไฟฟ้าสูงสุด ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ซึ่งเคยได้รับรางวัลนานาชาติ ในงาน “45th International Exhibition of Inventions Geneva” ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส มาเป็นโครงการนำร่อง เพื่อพัฒนาให้เกิดการสร้างมูลค่าและเป็นประโยชน์กับประเทศไทย ความสำเร็จของผลงานทั้งสองชิ้นนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันและยกระดับให้ผลผลิตจากผลงานวิจัย ผลงานประดิษฐ์คิดค้นของคนไทยนำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม สร้างประโยชน์ต่อประเทศ

อุปกรณ์แจ้งเตือนให้ทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์เพื่อให้ประสิทธิภาพการจ่ายพลังงานไฟฟ้าสูงสุด เป็นผลงานของ ดร. สุรเชษฐ เดชฟุ้ง ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร สำหรับอุปกรณ์แจ้งเตือนให้ทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์เพื่อให้ประสิทธิภาพการจ่ายพลังงานไฟฟ้าสูงสุด โดยเป็นตัวติดตามวัดผลกระทบจากฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่มาปิดบังผิวรับแสงของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตพลังงานไฟฟ้าต่ำลง ทั้งนี้เพื่อให้มีเครื่องแจ้งเตือนที่เหมาะสมในการล้างทำความสะอาดผิวเซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงสุด และลดค่าใช้จ่ายในการล้างทำความสะอาดผิวเซลล์แสงอาทิตย์ในกรณีที่แผงโซลาร์เซลล์ยังคงทำงานที่ประสิทธิภาพดีอยู่

ชุดควบคุมการติดตามดวงอาทิตย์ 2 แกน เป็นผลงานของ ผศ.ดร. ธนิท เรืองรุ่งชัยกุล สาขาวิชาเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนายั่งยืน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สำหรับชุดควบคุมการติดตามดวงอาทิตย์ 2 แกน เป็นอุปกรณ์ควบคุมการปรับแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ให้ตั้งฉากกับทิศทางของรังสีดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบตลอดเวลา โดยอาศัยศักย์ไฟฟ้าของเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดเล็กในการตรวจหาตำแหน่งของดวงอาทิตย์เพื่อควบคุมการขับเคลื่อนมอเตอร์ของระบบติดตามดวงอาทิตย์ ชุดควบคุมการติดตามดวงอาทิตย์นี้สร้างขึ้นโดยใช้อุปกรณ์พื้นฐานและมีการต่อวงจรที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน

ส่องนวัตกรรมเด่นด้านเกษตร

สถาบันการศึกษาจากทั่วประเทศได้จัดมุมนิทรรศการโชว์ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ภายในงานครั้งนี้กันอย่างคึกคัก ผลงานเด่นที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงาน ซึ่งเป็นกลุ่มหน่วยงานภาครัฐ บริษัทเอกชน เด็ก เยาวชน อาจารย์ ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปอย่างกว้างขวาง ได้แก่

“เรือไฟฟ้าโซลาร์เซลล์สำหรับเก็บผักตบชวา” ผลงานชิ้นนี้ได้รับความสนใจจาก พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานพิธีเปิดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2560” เพราะเรือลำนี้ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เคยเข้าร่วมโครงการประชารัฐร่วมใจกำจัดผักตบชวาตามนโยบายรัฐบาล ณ บึงขุนทะเล ตำบลขุนทะเล อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาแล้ว เรือไฟฟ้าลำนี้สามารถเก็บผักตบชวาได้สูงสุด ชั่วโมงละ 1 ตัน ทำงานติดต่อกันได้ 5 ชั่วโมง ต่อวัน สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ เป็นผลงานของ คุณวิมล พรหมแช่ม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.)

“ชีวภัณฑ์กรด 5-อะมิโนลีวูลินิก” เป็นผลงานของ ผศ.ดร. อังคณา ใสเกื้อ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย โทร. (075) 773-131 ต่อ 115 อีเมล : angkana_kung@yahoo.com) ชีวภัณฑ์ชนิดใหม่นี้ผลิตจากแบคทีเรียสังเคราะห์แสงด้วยนวัตกรรมการกักเก็บ/ห่อหุ้มสารออกฤทธิ์ให้มีความเสถียร คงทน อยู่ได้นาน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ให้สามารถปลดปล่อยสารได้ระยะเวลายาวนานยิ่งขึ้น และช่วยเร่งการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ ช่วยให้ใบพืชมีสีเขียวเข้ม สีสวย ผลใหญ่ เพิ่มผลผลิต กระตุ้นการแตกผล แตกตา แตกยอด แตกราก แตกดอก กระตุ้นให้พืชมีภูมิต้านทานต่อสภาพแวดล้อมที่กดดัน และยังเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในลำต้น ราก ใบ ผล และหัว