มทส.เผยผลจัดอันดับนำสู่ “อี-ยูนิเวอร์ซิตี้” เกณฑ์ผลงานวิชา

การเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ตศ.ดร. ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เปิดเผยว่า การจัดอันดับเว็บโอเมตริกส์ แรงกิ้ง ออฟ เวิลด์ ยูนิเวอร์ซิตี้ จัดทำโดยกลุ่มวิจัยของสภาวิจัยแห่งชาติ ประเทศสเปน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ ปี ค.ศ.2004 โดยประกาศผลการจัดอันดับเว็บไซต์ 2 ครั้ง ต่อปี คือช่วงเดือนมกราคมและกรกฎาคมของทุกปี ผ่านทางเว็บไซต์ www.webometrics.info ทั้งนี้ การจัดอันดับเว็บไซต์นั้นเพื่อวัดผลงานทางวิชาการที่มีการเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตนอกเหนือจากผลงานที่ตีพิมพ์ลง ในวารสาร หรืออื่นๆ วัดความสามารถการเป็นมหาวิทยาลัย อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-ยูนิเวอร์ซิตี้ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้างทั่วโลก

อธิการบดี มทส. เผยว่า ล่าสุดผลการจัดอันดับ 2017 ปรากฏว่า มทส. ได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับ 7 ของประเทศไทย โดยมีอันดับสูงขึ้น 2 อันดับจากเดือนมกราคมที่ผ่านมา เป็นอันดับ 2 ของประเทศในกลุ่มมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันดับที่ 262 ของเอเชีย และอันดับที่ 1,045 ของโลก ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มมหาวิทยาลัยเฉพาะทางแล้ว มทส.

ได้รับการจัดอันดับที่ 2 รองจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยมีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นอันดับที่ 3 และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือเอไอที เป็นอันดับที่ 4 การจัดอันดับดังกล่าว มทส. มีอันดับสูงขึ้นเล็กน้อยจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งถูกจัดอยู่ในอันดับ 9 ของประเทศ ทำให้เห็นถึงพัฒนาการ ความมุ่งมั่นในการก้าวสู่ความเป็นสากล และยังแสดงถึงความก้าวหน้าของ มทส. อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

“การจัดอันดับดังกล่าว นอกจากเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกแล้ว ยังเป็นกลไกทำให้เกิดการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันอุดมศึกษาให้ประเทศที่กำลังพัฒนา ตลอดจนเป็นการกระตุ้นให้สถาบันอุดมศึกษาและนักวิชาการในมหาวิทยาลัยแสดงข้อมูลและความรู้ผ่านทางเว็บไซต์ซึ่งเป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม แม้การจัดอันดับดังกล่าวแม้ไม่ใช่การจัดอันดับคุณภาพของสถาบันการศึกษา แต่สามารถสะท้อนถึงความสามารถในการผลิตเว็บ พับลิเคชั่น และศักยภาพผลงานทางวิชาการที่เผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต ช่วยให้มหาวิทยาลัยทราบขีดความสามารถในการเป็นมหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ได้เป็นอย่างดี” อธิการบดีมทส.กล่าว

ผศ.ดร. พีรธร บุณยรัตพันธุ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) ในฐานะหัวหน้าโครงการพัฒนาสมรรถนะการจัดการแหล่งท่องเที่ยวชุมชน แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เปิดเผยว่า แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558-2560 ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา 3 ยุทธศาสตร์ คือ การส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยว, การพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยว และการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ซึ่งกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ ตาก และจังหวัดเพชรบูรณ์ มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญหลากหลาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์วัฒนธรรม อันล้วนเป็นทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและมีศักยภาพในการพัฒนา ขณะที่ด้านกายภาพของภูมิภาคก็สามารถเชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกประเทศโดยสะดวก เป็นพื้นที่ผสมผสานด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม การบริการอย่างครบถ้วน
ผศ.ดร. พีรธร กล่าวอีกว่า จุดเด่นดังกล่าวทำให้มีโอกาสพัฒนาและสร้างสรรค์เศรษฐกิจได้กว้างไกลหลากหลาย ดังนั้น โครงการจึงได้จัดนิทรรศการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างขึ้น โดยหมุนเวียนไปตามภูมิภาคต่างๆ ด้วยแนวคิด 5 จังหวัดสักครั้งในชีวิต

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2-ครึ่งปีแรก รายได้-กำไรพุ่งพรวดสวนทางตลาด แสนสิริรายได้ทะลุ 15,784 ล้าน เอสซีฯ ไตรมาส 2 กำไรพุ่ง 252% พฤกษา ยอดขายครึ่งปีแรก 26,150 ล้าน ส่วนออริจิ้น กำไรโตทะลุ 227%

นายเศรษฐา ทวีสิน กก.ผจก.ใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 ที่มีกำไรสุทธิ 804 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 57.2% จากไตรมาสแรกกำไร 512 ล้านบาท มีรายได้รวม 8,660 ล้านบาท เติบโตขึ้น 21.6% จากไตรมาสก่อนรายได้รวม 7,124 ล้านบาท
รวมบริษัทมีผลประกอบการครึ่งปีแรก 2560 กำไรสุทธิ 1,316 ล้านบาท มีรายได้รวม 15,784 ล้านบาท คิดเป็น 46% ของเป้ารวมในปีนี้ที่ 34,000 ล้านบาท ยอดขายปัจจุบัน ณ 9 สิงหาคม 2560 มียอดขายรวม 18,700 ล้านบาท คิดเป็นเกือบ 50% จากเป้าหมายล่าสุดที่มีการปรับใหม่เป็น 40,000 ล้านบาทแล้ว
นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 ผลดำเนินการมีรายได้ 2,860 ล้านบาท เติบโต 63% (QoQ) เป็นรายได้จากการขาย 2,640 ล้านบาท รายได้จากการเช่าและบริการ 218 ล้านบาท กำไรสุทธิ 264 ล้านบาท เติบโต 252%

ณ วันที่ 30 มิ.ย.2560 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม และหนี้สินรวม 36,203 ล้านบาท และ 22,216 ล้านบาทตามลำดับ สำหรับครึ่งปีหลังมีแผนเปิดแนวราบทุกระดับราคา 9 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 11,450 ล้านบาท
นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลประกอบการครึ่งปีแรกปี 2560 ว่า บริษัท ทำยอดขายได้ 26,150 ล้านบาท เติบโต 20.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 ที่มียอดขาย 21,635 ล้านบาท บริษัท สามารถทำรายได้รวม 20,554 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,425 ล้านบาท

ณ สิ้นไตรมาส 2 บริษัท มีโครงการอยู่ระหว่างการขาย (Active Projects) ทั้งหมด 183 โครงการ มูลค่า 94,901 ล้านบาท และมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) ของกลุ่มธุรกิจแวลูอยู่ที่ 23,284 ล้านบาท จะรับรู้รายได้ในปีนี้ 11,629 ล้านบาท
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI คอนโดมิเนียมในแบรนด์เคนซิงตัน นอตติ้ง ฮิลล์ และไนท์บริดจ์ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2560 มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 550.7 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากไตรมาส 2/2559 ถึง 145.2% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 46.1% มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 238.7 ล้านบาท เติบโต 226.6%

รวมครึ่งปีกวาดกำไรไปแล้ว 410.7 ล้านบาท สวนกับทิศทางของภาพรวมตลาด สำหรับรายได้ไตรมาส 2/2560 อยู่ที่ 1,176.4 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากไตรมาส 2/2559 ถึง 140.6% โดยครึ่งปีกวาดรายได้รวม 2,054.4 ล้านบาท

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เตรียมยกระดับเทคโนโลยีใบอนุญาตขับรถหรือ Smart card ด้วยแถบข้อมูลแม่เหล็ก และเพิ่มเทคโนโลยี QR Code ระยะแรก กรมยกเลิกการออกใบอนุญาตรูปแบบกระดาษตั้งแต่ 15 สิงหาคม 2560 จะได้รับใบอนุญาตขับรถ Smart card
กรณีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว อัตราเดิม 305 บาท จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมรวม 205 บาท กรณีเป็นใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล อัตราเดิม 605 บาท จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมคำขอรวม 505 บาท ตั้งแต่ 4 กันยายน 2560 เป็นต้นไป จะเริ่มออกใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบใหม่ เทคโนโลยี QR Code

สำหรับประชาชนที่ได้ใบอนุญาตขับรถแบบกระดาษที่ออกก่อน 15 สิงหาคม 2560 รวมถึงใบอนุญาตขับรถ Smart card ที่ออกให้ก่อน 4 กันยายน 2560 ยังสามารถใช้งานได้ตามอายุของใบอนุญาต โดยใบอนุญาตขับรถ Smart card แบบใหม่ รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ GPS Tracking ซึ่งบันทึกข้อมูลการขับรถ โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุก รถแท็กซี่ ฯลฯ

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงได้ปรับเพิ่มมาตรการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ฤดูกาลผลิตปี 60/61 ที่จะเริ่มออกสู่ตลาดปลายเดือนสิงหาคม เพื่อทำให้เกษตรกรขายได้ในราคาเป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพราคาไม่ให้ตกต่ำ

โดยในส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ได้กำหนดมาตรการบริหารจัดการการซื้อตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยประสาน 3 ส่วนระหว่างเกษตรกร ผู้รวบรวม (พ่อค้าคนกลาง) และโรงงานผลิตอาหารสัตว์ จะนำร่องแห่งแรกที่จ.นครราชสีมา โดยจะใช้โมเดลนี้กับทุกจังหวัดที่มีโรงงานอาหารสัตว์ พร้อมรณรงค์ให้ผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คุณภาพดี ความชื้นไม่เกิน 14.5% มีการตากให้แห้งก่อนขายเพื่อขายให้ได้ราคารับซื้อไม่ต่ำกว่า 8 บาทต่อกก.ตามที่โรงงานผลิตอาหารสัตว์ระบุให้ความร่วมมือในราคานี้

พร้อมเร่งหาตลาดส่งออก ซึ่งแทน 6 มาตรการเดิม เช่น ขอความร่วมมือโรงงานอาหารสัตว์เพื่อส่งออก รับซื้อข้าวโพดเมล็ดแห้ง ความชื้น 14.5% ไม่ต่ำกว่ากก.ละ 8 บาท หรือการนำเข้าวัตถุดิบทดแทนข้าวโพด เช่น ข้าวสาลี โดยอาจกำหนดภาษีนำเข้าในอัตราที่แตกต่างกันตามฤดูกาล เป็นต้น
สำหรับ มาตรการมันสำปะหลัง เน้นเชื่อมโยงตลาดล่วงหน้ากลุ่มเกษตรกรที่ผลิตมันเส้นสะอาดกับโรงงานเอทานอล เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้มันสดในประเทศ โดยปลายเดือนสิงหาคมนี้ รวมถึงส่งเสริมการแปรรูปมันเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า เช่น อาหารเด็ก อาหารผู้สูงวัย เป็นต้น โดย 3 สมาคมมันสำปะหลัง ตกลงกำหนดราคาและแนวทางกันเอง แทน 14 มาตรการเดิม เช่น การกำกับดูแลการนำเข้า และการสร้างมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น

วันที่ 17 ส.ค.60 เวลา 08.30 น. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี ประกาศแจ้งเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก ให้ทำการเฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีกที่อาจติดต่อสู่คนในช่วงที่มีพายุฝน หลังจากในพื้นที่เริ่มกลับมามีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพสัตว์ปีกทำให้อ่อนแอ เน้นย้ำให้เกษตรกรจัดเตรียมโรงเรือน วัสดุปูรองและอาหารสัตว์ให้เพียงพอ รวมถึงการเฝ้าระวังดูอาการอย่างใกล้ชิด

โดยนายอภิชาติ สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี เริ่มกลับมามีฝนตกทุกติดต่อกันอย่างทั่วถึง จึงอาจส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์ปีก ทำให้สัตว์ปีกอ่อนแอแะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่าย อีกทั้งยังมีรายงานข่าวว่า พบสัตว์ปีกป่วยตายในหลายจังหวัด ดังนั้นเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีกที่อาจติดต่อสู่คนได้ ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี จึงได้ทำการแจ้งเตือนไปยังเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกและประชาชนให้ได้ทราบและปฏิบัติ ดังนี้

1. หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ ซึม ไอ จาม หายใจลำบาก หงอนเหนียงคล้ำ ท้องเสีย ชัก ตายกะทันหันไม่แสดงอาการชัดเจน หรือพบอาการตายผิดปกติเป็นจำนวนมาก ขอให้แจ้งอาสาปศุสัตว์หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ใกล้บ้านทันที

2. ห้ามนำซากสัตว์ปีกที่ตายมาปรุงอาหารโดยเด็ดขาด ให้ทำการฝังกลบหรือเผา โดยไม่ใช้มือเปล่าจับซากสัตว์ปีกและล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทุกครั้ง

3. เกษตรกรควรปรับระบบป้องกันโรคในไก่พื้นเมือง โดยการจัดทำเล้าหรือโรงเรือนที่สามารถป้องกันลมและฝนได้ ทั้งนี้ สามารถแจ้งเรื่องสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ หรือขอคำแนะนำ สอบถามข้อมูล ได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี หรือทางโทรศัพท์หมายเลข 0-5697-0112 และ 0-5697-0004 ในวันและเวลาราชการ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาพิษณุโลก นำคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ร่วมโครงการราชมงคลร่วมใจสืบสานวิถีข้าวไทย ด้วยการดำนา “ปลูกข้าวเพื่อแม่ เก็บเกี่ยวเพื่อพ่อ สนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก นายทินกร ทาตระกูล รองอธิการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก พร้อมด้วย คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ร่วมโครงการ ราชมงคลร่วมใจสืบสานวิถีข้าวไทย ด้วยการดำนา “ปลูกข้าวเพื่อแม่ เก็บเกี่ยวเพื่อพ่อ” ประจำปีการศึกษา 2560 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก

นายทินกร ทาตระกูล รองอธิการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก กล่าวว่า โครงการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการจัดขึ้น เพื่อสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ พระสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีที่ ทั้ง 2 พระองค์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อข้าวและชาวนาไทย ด้วยพระราชดำริในการพระราชทานความช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้ยากจน การทุ่มเทความช่วยเหลือ ในการศึกษาและวิจัยพัฒนาข้าวไทยทำให้ข้าวไทยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

อีกทั้งเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจของทั้งสองพระองค์ที่มีต่อ ‘ข้าว’ ให้เยาวชน นักศึกษา ตลอดจนประชาชน ได้เห็นความสำคัญ และช่วยกันรักษา ‘ข้าว’ อาหารหลักของคนไทย ให้อยู่คู่กับลูกหลานสืบต่อไป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก จึงได้กำหนดจัดโครงการ ราชมงคลร่วมใจสืบสานวิถีข้าวไทย ด้วยการดำนา “ปลูกข้าวเพื่อแม่ เก็บเกี่ยวเพื่อพ่อ” โดย ใช้ต้นกล้าพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ปลูกแบบดำนา ในพื้นที่ 5 ไร่ ณ แปลงนาสาธิต สาขาพืชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก

วันที่ 17 ส.ค.60 เวลา 08.30 น. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี ประกาศแจ้งเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก ให้ทำการเฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีกที่อาจติดต่อสู่คนในช่วงที่มีพายุฝน หลังจากในพื้นที่เริ่มกลับมามีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพสัตว์ปีกทำให้อ่อนแอ เน้นย้ำให้เกษตรกรจัดเตรียมโรงเรือน วัสดุปูรองและอาหารสัตว์ให้เพียงพอ รวมถึงการเฝ้าระวังดูอาการอย่างใกล้ชิด

โดยนายอภิชาติ สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี เริ่มกลับมามีฝนตกทุกติดต่อกันอย่างทั่วถึง จึงอาจส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์ปีก ทำให้สัตว์ปีกอ่อนแอแะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่าย อีกทั้งยังมีรายงานข่าวว่า พบสัตว์ปีกป่วยตายในหลายจังหวัด ดังนั้นเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีกที่อาจติดต่อสู่คนได้ ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี จึงได้ทำการแจ้งเตือนไปยังเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกและประชาชนให้ได้ทราบและปฏิบัติ ดังนี้

1. หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ ซึม ไอ จาม หายใจลำบาก หงอนเหนียงคล้ำ ท้องเสีย ชัก ตายกะทันหันไม่แสดงอาการชัดเจน หรือพบอาการตายผิดปกติเป็นจำนวนมาก ขอให้แจ้งอาสาปศุสัตว์หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ใกล้บ้านทันที
2. ห้ามนำซากสัตว์ปีกที่ตายมาปรุงอาหารโดยเด็ดขาด ให้ทำการฝังกลบหรือเผา โดยไม่ใช้มือเปล่าจับซากสัตว์ปีกและล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทุกครั้ง
3. เกษตรกรควรปรับระบบป้องกันโรคในไก่พื้นเมือง โดยการจัดทำเล้าหรือโรงเรือนที่สามารถป้องกันลมและฝนได้
ทั้งนี้ สามารถแจ้งเรื่องสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ หรือขอคำแนะนำ สอบถามข้อมูล ได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี หรือทางโทรศัพท์หมายเลข 0-5697-0112 และ 0-5697-0004 ในวันและเวลาราชการ

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2560 ดังนี้

ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ของภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ และนครราชสีมา ภาคกลาง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และลพบุรี

ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนภาคใต้ บริเวณจังหวัดระนอง ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม และน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกหนักได้บางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน มีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะ 2-3 วันนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา bndindia.com หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบน ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลยหนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และลพบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร