สำหรับความต้องการหรือกำลังซื้อในญี่ปุ่นนั้น ประชากรญี่ปุ่น

ส่วนใหญ่มีรายได้และมีเงินเก็บจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ มีเงินเก็บ แต่ระวังการจับจ่ายใช้สอย แต่ส่วนใหญ่เมื่อใช้จ่ายจะเน้น และให้ความสำคัญกับตัวเอง จึงเป็นโอกาสในการทำตลาดกลุ่มนี้

“การชะลอตัวในการจับจ่ายซื้อสินค้าของคนญี่ปุ่น ส่งผลให้นักลงทุนภายในประเทศญี่ปุ่นเองไม่กล้าลงทุน แต่สิ่งนี้มองว่าเป็นโอกาสของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะไทยที่น่าจะเข้าไปลงทุน เนื่องจากญี่ปุ่นให้สิทธิพิเศษให้กับนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะด้านพลังงานที่เปิดโอกาสอย่างเต็มที่ แต่อาจมีปัญหาเรื่องแรงงานที่อาจจะลดลง เนื่องจากประชากรเข้าสู่กลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น การเกิดลดลง แต่หากเจาะกลุ่มธุรกิจได้จะทำให้การค้าขยายตัวได้”

นางสาวณัฐิยา สุจินดา อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว (ทูตพาณิชย์) เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่น คณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นได้ปรับรายงานเศรษฐกิจรายเดือนของญี่ปุ่นดีขึ้น จะเห็นได้ว่าสภาพเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างช้าๆ และคาดการณ์ว่าการจ้างงาน และสภาพแวดล้อม รายได้จะเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง รวมทั้งคาดหวังว่านโยบายเศรษฐกิจต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินการจะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจของญี่ปุ่น คือ ระมัดระวังผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในต่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงของตลาดทุนและตลาดเงินที่จะมีผลกระทบเศรษฐกิจภายในญี่ปุ่นเอง

“ยังมีโอกาสของนักลงทุนไทยที่จะเข้าไปทำการค้า การส่งออก และการลงทุนในญี่ปุ่น โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานที่มีโอกาสเติบโตมาก ขณะที่การท่องเที่ยวญี่ปุ่นกำลังเติบโต ดังนั้น ความต้องการธุรกิจบริการก็เพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มอาหาร ร้านอาหาร โรงแรม ยังต้องการอีกมาก รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจดิจิทัลที่ขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญในการวาดการ์ตูนยังมีความต้องการอีกมาก แต่สิ่งที่ยังมีความกังวลอยู่บ้าง คงเป็นในส่วนนักลงทุนญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทย จะมีการปรับฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น เช่น เวียดนาม เมียนมา เป็นต้น”

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในวันที่ 12 กันยายน 2560 ญี่ปุ่นจะมีการจัดคณะภาคธุรกิจ การค้า อุตสาหกรรมกว่า 500 บริษัท มาเยือนประเทศไทย เพื่อเปิดเจรจาด้านการค้า การลงทุน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะใช้การเยือนครั้งนี้ในการจับคู่เจรจาภาคธุรกิจ การค้า การลงทุนระหว่างไทย-ญี่ปุ่น พร้อมทั้งเชิญชวนการเข้ามาลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่รัฐบาลไทยผลักดันอยู่ อย่างไรก็ตาม ได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาจัดหาธุรกิจที่เหมาะสมเพื่อเปิดเจรจา ต่อยอดธุรกิจ การค้า การส่งออกต่อไป

มกอช.สร้างแอพพลิเคชั่น “TAS2GO” รวบรวมมาตรฐานสินค้าเกษตร 3 หมวด รวมกว่า 277 เรื่อง เปิดช่องเกษตรกร-ผู้ประกอบการดาวน์โหลดใช้เป็นแนวทางพัฒนายกระดับผลผลิตคุณภาพมาตรฐานป้อนตลาด ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลได้ฟรี รับกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย มกอช.จึงได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น “แทสทูโก” (TAS2GO) ขึ้น

โดยแอพฯดังกล่าวได้รวบรวมมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำและประกาศใช้ไปแล้วรวมกว่า 277 เรื่อง แบ่งเป็น 3 หมวด ได้แก่ มาตรฐานสินค้า 100 เรื่อง มาตรฐานระบบ 138 เรื่อง และมาตรฐานทั่วไป 39 เรื่อง เพื่อให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป สามารถค้นหาและดาวน์โหลดเนื้อหามาตรฐานที่สนใจ

และบันทึกเป็นรายการโปรดเพื่อเรียกดูข้อมูลหรือติดตามความเคลื่อนไหวของมาตรฐานหากมีการปรับปรุงใหม่ รวมทั้งติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานสินค้าเกษตรได้ ทั้งมาตรฐานสินค้าพืช ปศุสัตว์ ประมง มาตรฐานสินค้าเกษตรที่ไม่ใช่อาหาร และการบังคับใช้มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานสมัครใจ และมาตรฐานบังคับ

สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น TAS2GO ได้ฟรีที่ App Store และ Google Play ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้มีฟังก์ชั่นการใช้งานหลัก ประกอบด้วย ค้นหามาตรฐาน (Standard) รายการโปรด (Favorite) ประชาสัมพันธ์ (News) และข้อมูล (Information) ซึ่งใช้งานง่ายมาก

โดยเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ และผู้ประกอบการ สามารถใช้ค้นหาและดาวน์โหลดมาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนายกระดับการผลิตสินค้าเกษตรเข้าสู่มาตรฐานจีเอพี (GAP) และมาตรฐานจีเอ็มพี (GMP) ซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีความปลอดภัย ตรงตามความต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ถือเป็นหนึ่งกลไกที่ช่วยพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการของไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และขับเคลื่อนพัฒนาตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วย

“นอกจากนั้น แอพพลิเคชั่น TAS2GO ยังช่วยให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วมากขึ้น สำหรับผู้ใช้งานที่มีข้อสงสัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถฝากคำถามผ่านทางแอพพลิเคชั่น TAS2GO ได้ตลอดเวลา โดยจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลตอบคำถามหรือให้ข้อมูลที่ต้องการ” นางสาวดุจเดือน กล่าว

มั่นใจคลองระบายน้ำสุวรรณภูมิ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการวางแผนบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน จะช่วยกรุงเทพฯ และปริมณฑลพ้นภัยน้ำท่วมในปีนี้ไม่ซ้ำรอยเหตุการณ์เมื่อปี 2554 อย่างแน่นอน

นายพงศ์ศักดิ์ อรุณวิจิตรสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 กรมชลประทาน ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง กล่าวว่า กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมในการระบายน้ำออกสู่ทะเลยผ่านทางคลองระบายน้ำสุวรรณภูมิ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งจะมีสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ สามารถระบายน้ำได้ถึง 100 ลบ.ม./วินาที โดยใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่สุดที่กรมชลประทานใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ขนาดกำลังการสูบเครื่องละ 25 ลบ.ม./วินาที จำนวน 4 เครื่อง สูบน้ำจากคลองระบายน้ำสุวรรณภูมิที่ต่อเนื่องกับคลองสำโรงไปยังสะพานระบายน้ำข้ามถนนสุขุมวิท(สายเก่า) และคลองชายทะเล ออกสู่ทะเล ที่ ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยสถานีสูบน้ำดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร

ทั้งนี้คลองระบายน้ำสุวรรณภูมิ เริ่มก่อสร้างในปี 2548 แล้วเสร็จในปี 2553 เป็นคลองระบายน้ำสายหลักของพื้นที่บริเวณโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ช่วยในการเร่งระบายน้ำจากคลองสำโรงและคลองต่างๆ ในพื้นที่ดังกล่าวระบายออกสู่ทะเลโดยตรง ทำให้สามารถลดสภาวะน้ำท่วมและความเสียหายจากอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเห็นได้จากเมื่อครั้งเกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการแทบไม่ได้รับผลกระทบเลย เนื่องจากมีคลองระบายน้ำสุวรรณภูมิ ช่วยในการระบายน้ำ

นอกจากนี้คลองระบายน้ำสุวรรณภูมิ ยังช่วยในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างอย่างเป็นระบบ สามารถตัดยอดน้ำเหนือที่หลากเข้าสู่พื้นที่ในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการระบายน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ผ่านทางคลองชัยนาท-ป่าสัก เข้าสู่คลองระพีพัฒน์ แล้วระบายน้ำผ่านคลองพระองค์ไชยานุชิตลงสู่พื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร และใช้สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ รวมถึงสถานีสูบน้ำที่ตั้งอยู่บริเวณริมคลองชายทะเลเพื่อสูบระบายลงสู่ทะเลในที่สุด ซึ่งในปีนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำเหนือ โดยมีการขุดลอกคลอง กำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง และได้มีการพร่องน้ำในปริมาณที่เหมาะสมรองรับฝนที่จะตกหนักในพื้นที่ และน้ำเหนือที่จะไหลหลากลงมา ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2560 ไว้เรียบร้อยแล้ว

ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 กล่าวด้วยว่า คลองระบายน้ำสุวรรณภูมินอกจากจะใช้ประโยชน์ในการระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมแล้ว ยังใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำหรับทำการเกษตรหรือกิจกรรมอื่นในบริเวณใกล้เคียง ถนนตามแนวคันคลองยังใช้เป็นถนนเชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิท-เทพารักษ์ และถนนบางนา-ตราด ทำให้สามารถช่วยลดปัญหาการจราจรของจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาค่อนข้างมากและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อสนามบินสุวรรณภูมิเปิดดำเนินการ รวมทั้งยังช่วยเสริมการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและระบบนิเวศของจังหวัดสมุทรปราการอีกด้วย

“สถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างในปีนี้ไม่น่าเป็นห่วง ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนใหญ่ที่มีผลต่อลุ่มเจ้าพระยา คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำที่กักเก็บแค่ประมาณร้อยละ 50 เท่านั้น ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันกว่า 10,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้พายุที่จะพัดเข้าสู่ประเทศไทยก็น้อยกว่าปี 2554 มาก หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้อยู่ในฤดูฝนปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างเหมือนเมื่อครั้งมหาอุกภัยปี 2554 แน่นอน” นายพงศ์ศักดิ์กล่าวในตอนท้าย

ประกิต โพธิ์ศรี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 7 ตำบลตาขัน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เป็นผู้ที่ชื่นชอบหม้อข้าวหม้อแกงลิงมากจนสามารถทำเป็นอาชีพ ที่ส่งขายได้ทั้งในและต่างประเทศกันเลยทีเดียว

ประกิต เล่าว่า เรียนจบทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ก่อนหน้านี้ทำงานอยู่บริษัทเอกชน ต่อมาเมื่อมีโอกาสได้ซื้อบ้านหลังใหม่จึงเริ่มรู้สึกว่าอยากจะมีต้นไม้มาปลูกประดับตกแต่งให้ทั่วบริเวณรอบบ้าน เพื่อให้มีความสวยงามของสีเขียวชอุ่ม พร้อมทั้งไม้ดอกที่มีสีสันสะดุดตา ซึ่งระหว่างที่เดินหาซื้อพันธุ์ไม้ต่างๆ จากตลาดต้นไม้ สายตาก็ได้ไปมองเห็นต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่มีวางขาย ดูแล้วมีความแปลกตาจึงได้ซื้อมาเพื่อทดลองปลูก

เมื่อมีความชำนาญในการเลี้ยงมากขึ้น คุณประกิต บอกว่า จึงได้ทดลองส่งหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่ปลูกเข้าประกวดเพื่อสร้างความท้าทายมากขึ้น ผลปรากฏว่าก็ได้รับรางวัล จึงรู้สึกเกิดความสุขและอยากจะปลูกเลี้ยงไม้ชนิดนี้อย่างจริงจังตั้งแต่นั้นมา

ในช่วงแรกๆ คุณประกิต เล่าว่า อยากทำเป็นเชิงอนุรักษ์เพราะช่วงนั้นกลัวไม้ที่เป็นสายพันธุ์ไทยจะสูญพันธุ์ เมื่อขยายพันธุ์มากขึ้นไม้ก็มีจำนวนที่เยอะ จึงได้นำมาทดลองขายในราคากระถางละ 20 บาท ผลปรากฏว่ามีคนสนใจเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นจึงได้ขยายพันธุ์ให้มีจำนวนมากๆ พร้อมทั้งผสมพันธุ์กับพันธุ์ต่างประเทศที่ซื้อเข้ามาปลูกภายในสวน เพื่อนำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ผสมให้เกิดเป็นไม้ที่มีลักษณะแปลกตาออกไปจากเดิม

“หม้อข้าวหม้อแกงลิง ถ้ามองกันจริงๆ ผมว่ามีเสน่ห์นะ เพราะรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ตลอดจนแต่ละสายพันธุ์ก็มีสีสันแตกต่างกัน ยิ่งถ้าเราเอามาผสมกันยิ่งได้สายพันธุ์ใหม่ที่ไม่รู้จบ อย่างที่สวนผมก็จะมีหลายสายพันธุ์ทั้งสายพันธุ์ไทยและสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งตลาดต่างประเทศที่นิยมมากที่สุดเป็นประเทศที่อยู่ในเอเชีย เพราะสภาพอากาศร้อนชื้นมีความเหมาะสมที่จะปลูกต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงค่อนข้างมาก พอเราผสมกันแล้วก็สามารถตั้งชื่อใหม่ได้ และราคาขายก็แตกต่างกันไปด้วย อย่างที่นี่ก็มีขายทั้งปลีกและส่ง ต่ำสุดอยู่ที่ 40 บาท ราคาไม่ตายตัว มีสูงขึ้นมาตามสายพันธุ์ ไปจนถึงหลักหมื่นหลักแสนก็ขึ้นอยู่ที่ความพอใจของลูกค้าที่จะมาซื้อ” คุณประกิต กล่าวถึงเรื่องการตลาด

นอกจากจะเป็นไม้ประดับที่ปลูกเพื่อความสวยงามแล้ว คุณประกิต บอกว่า หม้อที่เห็นที่ใช้สำหรับดักจับแมลงยังสามารถนำมากินได้อีกด้วย โดยจะนำมาชุบแป้งทอดหรือนึ่งใส่ข้าวเหนียวเข้าไปภายในพร้อมทั้งปรุงรสด้วยน้ำกะทิ ก็ถือป็นอาหารกินเล่นยามว่างที่อร่อยไม่น้อยเลยทีเดียว

ทั้งนี้ ที่สวนหม้อข้าวหม้อแกงลิงของคุณประกิต ไม่ได้เป็นแหล่งผลิตเพื่อขายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังได้เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษาที่เรียนเกี่ยวกับด้านเกษตรได้มาฝึกงานเพื่อหาประสบการณ์กับการปลูกไม้ชนิดนี้ และในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ยังเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้ามาดูและศึกษาการปลูกหม้อข้าวหม้อแกงลิง หรือจะซื้อไปประดับตกแต่งที่บ้านแบบสวยๆ ได้อีกด้วย

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 3 กันยายน 2560 ดังนี้

ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนน้อย เว้นแต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกมากกว่าภาคอื่นๆ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศพม่า ลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนน้อย เว้นแต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกมากกว่าภาคอื่นๆ อนึ่ง พายุโซนร้อน “มาวาร์”(MAWAR) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน หรือประมาณ 300 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะฮ่องกง ประเทศจีน คาดว่าจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางด้านตะวันออกของเกาะฮ่องกง หรือด้านตะวันออกของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในวันนี้ (3 ก.ย. 60) สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย พายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยโดยตรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และน่าน
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี
ราชบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา
ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ เป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และรัฐบาลได้เชิญชวน ภาคราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วประเทศ ร่วมปลูกดอกดาวเรือง หรือดอกไม้สีเหลืองซึ่งเป็นสีวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อใช้ประดับสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญของจังหวัด บริษัท ห้างร้านและบ้านเรือนประชาชนในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยให้ดอกดาวเรืองออกดอกบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วประเทศระหว่างวันที่ ระหว่างวันที่ ๒๕-๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๐ นั้น

ด้านกองทัพอากาศ โดย พลอากาศโท วงศกร เปาโรหิตย์ รองเสธนาธิการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีเปิด “กิจกรรมปลูกดาวเรือง ให้บานสะพรั่งทั้งแผ่นดิน”เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ บริเวณแฟลตนายทหารชั้นประทวน ๔ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีพื้นที่กว่า 3 ไร่ และจะกลายเป็นทุ่งดาวเรืองที่บานสะพรั่งที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ กำลังพลกองทัพอากาศ และครอบครัว ตลอดจนสมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ

ด้าน บริษัทอีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักคุณภาพอันดับหนึ่งของไทยและเอเชีย ภายใต้แบรนด์เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง ผู้สนับสนุนต้นกล้าดาวเรือง จำนวน 9,999 ต้น ซึ่งนำโดย มร เบิร์ต แวน เดอร์ เฟลท์ซ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท และนายวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไปพร้อมพนักงานบริษัทอีทส์ เวสท์ ซีด จำกัด ร่วมกันปลูกดาวเรืองในครั้งนี้ด้วย

นายธีรยุทธ ชาติชนะยืนยง รองอธิการบดีฝ่ายอำนวยการ poipetsix.co.uk มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายสัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดี มมส เป็นประธานในพิธีถวายสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมกล่าวรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และนำคณาจารย์ บุคลากร นิสิต ปลูกดอกดาวเรืองเพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้ออกดอกบานทั่วแผ่นดินทันช่วงวันที่ 25-26 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9

ซึ่งกิจกรรมปลูกดอกดาวเรืองถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่จัดขึ้นครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญยิ่งสำหรับพสกนิกรชาวไทย และชาว มมส ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยมีกิจกรรมบรรจุดินปลูกใส่ถุงดำ 40,000 ถุง การย้ายต้นกล้านำใบปลูก การปลูกต้นดาวเรืองบริเวณลานหน้าเสาธงสัญลักษณ์เลข ๙ ปลูกตกแต่งบริเวณแนวถนนทางหลวงเส้น 2202 และพื้นที่ตั้งหน่วยงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยให้ออกดอกสวยงาม

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหาปริมาณขยะเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งนี้จากข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษปี 2559 พบปริมาณของเสียอันตรายจากชุมชนเกิดขึ้นทั่วประเทศ 600,000 กว่าตัน เฉลี่ยคนไทยสร้างขยะคนละกว่า 7 กิโลกรัม ต่อวัน คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตระหนักและเล็งเห็นถึงปัญหาข้างต้น จึงมีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการประเทศไทยไร้ขยะ ตามแนวทางประชารัฐระยะที่ 1 (พ.ศ. 2559-2560) ซึ่งนอกจากสอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ พ.ศ.2559-2564 แล้ว ยังเป็นไปตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา (สนก.) จึงจัดทำโครงการสร้างจิตสำนึกด้านการบริหารจัดการขยะการลดปริมาณขยะใช้ประโยชน์จากขยะและน้ำเสียจากขยะในสถานศึกษาสู่ชุมชน ในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. เป็นการสร้างวินัยด้านการบริหารจัดการขยะในโรงเรียนให้แก่เด็กนักเรียนทุกระดับชั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อการสร้างโรงเรียนต้นแบบสิ่งแวดล้อมจำนวน 15,000 โรงเรียน

“สพฐ.ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างวินัยในการบริหารจัดการขยะให้แก่เด็กนักเรียน ตลอดจนเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งเรียนรู้ให้นักเรียนและประชาชนได้ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม จึงจัดทำศูนย์การเรียนรู้ลดใช้พลังงาน การจัดการขยะและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมขึ้น 2 ศูนย์ เพื่อเป็นการนำร่องที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.)ขอนแก่น เขต 3 และที่ สพป.กระบี่ โดยจะเปิดตัวทั้ง 2 แห่งในเร็วๆ นี้” นายบุญรักษ์ กล่าว

พะเยา – นายวิรุฬห์ สิทธิวงค์ นายอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เผยภายหลังเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติ (อช.) ภูซาง ที่ อช.ภูซาง ว่า ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี โดยเฉพาะในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครอง ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ มีที่ปรึกษาบางคนเสนอเรื่องการจััดสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและรักษาป่า ซึ่งมีแนวทางคือ นำพรานป่าหรือบุคคลที่มีความชำนาญ ในเส้นทางการเดินป่าเป็นคณะทำงานร่วมในการป้องกันและรักษาป่า เพราะพรานป่ามีความชำนาญ ในการเดินป่า

“แนวทางนี้่เป็นไปได้และประชาชนมีส่วนร่วมอนุรักษ์ รักษาป่า มติที่ประชุมจึงเห็นด้วย” นายวิรุฬห์ กล่าว
นายสมพร บัวย้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง กล่าวว่า หมู่บ้านของตนให้พรานป่า 4-5 คน ออกสำรวจและเดินป่า โดยแบ่งพื้นที่ให้แต่ละคน รับผิดชอบ หากทราบเหตุการณ์ตัดไม้ทำลายป่า ไฟป่า สามารถแจ้งได้ทันที ทุกครั้งที่พรานป่าเข้าป่าก็ได้ แจ้งผู้นำทุกครั้ง ทำให้ทุกคนผูกพันกับป่าของตัวเอง เป็นการกระจายคนได้ครอบคลุมพื้นที่ ช่วยเหลือให้ เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ด้าน นายบันทม สมสุวรรณ หน.อช.ภูซาง กล่าวว่า เป็นแนวทางที่จะช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่มีจำกัด เพราะพรานป่าที่มีความชำนาญในการเดินป่าจะเข้าไปถึงพื้นที่เป้าหมายได้รวดเร็วกว่า และถือว่าเป็นมิติความร่วมมือในการเฝ้าระวังและรักษาป่าในเชิงบวก ทุกคนได้ประโยชน์จากป่า และรักษาป่าไปพร้อมกันด้วย
เรื่องนี้ทางจังหวัดพะเยามีแนวคิดที่จะให้พื้นที่อนุรักษ์ แต่ละแห่งดำเนินการ ผมจะนำเรื่องนี้เข้าเสนอระดับจังหวัดต่อไป นายบันทมกล่าว