เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปทำข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ไร่แตงโมของนางสำราญ อรอินทร์ โดยได้ถ่ายภาพรถกระบะคันก่อเหตุที่กำลังขนแตงโมเพื่อไปส่งให้ลูกค้าอีกด้วย วันที่ 24 ต.ค. 2560 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ว่า ทั้งประเทศมี 19 จังหวัดที่ยังมีปัญหาเผชิญน้ำท่วม จากลุ่มน้ำปิง ยม น่าน ท่าจีน ป่าสัก ถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยา

โดยปัญหาเกิดจากการระบายน้ำฝนที่ตกมาใน 2-3 ระยะที่ผ่านมา ไม่ว่าจากพายุหรือดีเปรสชั่น จะมีปัญหาจากการระบายน้ำตกค้างทั้งหมด ซึ่งได้เข้าไปบริหารจัดการ ทั้งเเยกน้ำไปในทิศทางที่ไปได้ รวมถึงการนำน้ำไปเก็บ

ด้านภาพรวมผลกระทบของประชาชน พล.อ.อนุพงษ์ เผยว่ามีผลกระทบตามเเนวริมน้ำที่เอ่อล้นจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนต่างๆ ที่จำเป็นต้องระบาย ไม่ว่าจะเป็นจากขอนเเก่น ลำน้ำพอง ลงมายังลำน้ำชี ซึ่งบางส่วนยังมาไม่ถึง คาดว่า 2-3 วัน น้ำจากอุบลคงลงมาถึง เเละจะมีผลกระทบตามเเนวริมน้ำ รวมทั้งลุ่มเจ้าพระยาทั้งหมด

สำหรับผลกระทบต่อพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในส่วนภูมิภาค จากการตรวจสอบเมื่อวานนี้ ทุกพื้นที่สามารถประกอบพระราชพิธีได้ ไม่มีผลกระทบต่อที่ตั้ง มีเเค่การเเก้ปัญหาฝนที่ตกไปในพื้นที่เท่านั้น ไม่ใช่น้ำท่วมขันอกจากนี้การเดินทางของประชาชน จากพื้นที่ที่มีผลกระทบ จะมีการอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เรื่องน้ำท่วมในหลายจุดเริ่มมีปัญหาเเละการขัดเเย้ง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ต้องค่อยๆ ใช้คำชี้เเจง มันจะเกิดลักษณะที่ว่า ในฝั่งที่เราใช้เป็นคันกั้นน้ำ ไม่ว่าจะถนนหรืออะไรก็ตาม ไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ เราต้องเข้าไปสร้างความเข้าใจ

“ใครที่อยู่ในพื้นที่ผนังกั้นน้ำก็จะปลอดภัย เเละในส่วนที่อยู่นอกผนังกั้นน้ำก็ต้องท่วม ส่วนปัญหาการจัดการกับความขัดเเย้งในการเเย่งใช้ถนน ต้องเข้าสร้างความเข้าใจ ต้องค่อยพูดค่อยจา เดี๋ยวเขาก็เย็นลงได้”รมว.มหาดไทยกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีปัญหาขัดเเย้งระหว่างนายก อบต.โผงผาง จ.อ่างทอง เเละผู้ใหญ่บ้านใรตำบลบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา กรณีใช้ถนนพักอาศัยเพื่อหนีน้ำท่วม จนมีคำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของ นายก.อบต.โผงผาง นั้น จะมีการเเก้ปัญหาในการโยกย้ายชั่วคราว

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องว่าไปตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นระเบียบข้อบังคับอะไรก็ตาม ทราบมาว่า ทางนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาเเล้วในเรื่องของพฤติกรรมจึงได้มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ต้องว่าไปตามนั้น ต้องสอบสวนกันไป ยังไม่ใช่การเเก้ระยะยาว เป็นการเเก้เฉพาะเรื่อง”รมว.มหาดไทยกล่าว

ปีติ ‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’ รับสั่งเปิดพื้นที่ 2 ฝั่งถนนให้ประชาชนเข้าชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พร้อมขอความร่วมมือช่วงริ้วขบวนเคลื่อนผ่านหุบร่ม-ก้มกราบ ขอความร่วมมือปชช.ออกจากพื้นที่ ก่อนเปิดผ่านจุดคัดกรองให้เตี 5 ของวันที่ 25 ต.ค.นี้

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลและให้บริการประชาชนในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่า ใกล้วันงานพระราชพิธีฯประชาชนเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชนและไม่อยากให้ประชาชนรู้สึกอึดอัด ทรงมีรับสั่งเปิดพื้นที่เพิ่มเติมให้ประชาชนสามารถข้ามไปอยู่บนถนนฝั่งริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง เนื่องจากในวันดังกล่าวจะมีประชาชนเดินทางเข้าชมพระราชพิธีเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ประมาณ 7 หมื่นคน เพื่อผ่อนคลายในหลายเรื่อง

ดังนั้นในวันงานพระราชพิธี ต้องขอความร่วมมือประชาชน 3 เรื่อง คือ 1.ช่วงที่มีพระราชพิธีเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศทั้ง 3 ขบวนผ่าน ขอให้ประชาชนที่ไปเฝ้าชมริ้วขบวนก้มกราบโดยพร้อมกัน พร้อมหุบร่มขณะริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเคลื่อนผ่านด้วย เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะภาพที่จะออกมาไม่ได้ออกเฉพาะที่ประเทศไทย แต่จะภาพจะออกไปทั่วโลก จึงอยากให้ภาพที่ออกมาเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย 2.เรื่องการเอื้อเฟื้อเอื้ออาทรต่อกัน

ตนเชื่อว่าในวันงานพระราชพิธีประชาชนจะเดินทางมาเป็นจำนวนมาก อาจจะเกิดการเบียดเสียดกัน และมีประชาชนอาจจะลุกจากที่นั่งไปเข้าห้องน้ำหรือรับประทานอาการ จึงขอความร่วมมือไม่แย่งที่นั่งกัน และ 3.เรื่องการผ่านจุดคัดกรอง ซึ่งวันนี้จุดคัดกรอง 9 จุด พบว่าจุดคัดกรองบริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผมมีประชาชนเข้ามามากที่สุด ดังนั้นขอความร่วมมือประชาชนกระจายไปตามจุดคัดกรองอีก 8 จุด เพื่อไม่ให้เกิดความแอดอัดเบียดเสียดกัน สำหรับประชาชนที่จะใช้กล้องโทรศัพท์อนุญาตให้ถ่ายภาพได้ตามปกติ แต่ขอความร่วมมือประชาชนไม่นำกล้องที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้มาใช้ในบริเวณรับชมพระราชพิธีเคลื่อนริ้วขบวน พระบรมราชอิสริยยศ

เมื่อถามว่า จะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบหรือไม่ เพราะขณะนี้ประชาชนเริ่มทยอยมาปักหลักรอเข้าชมพระราชพิธีเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศในวันที่ 26 ต.ค. กันแล้ว นายออมสิน กล่าวว่า ในวันที่ 24 ต.ค.นี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยจะเข้าไปดูแลในพื้นที่ และจะขอให้ประชาชนที่มาปักหลักรอออกจากพื้นที่ไปก่อน เนื่องจากเป็นเรื่องของความปลอดภัย และจะเปิดให้ผ่านจุดคัดกรองในวันที่ 25 ต.ค.นี้ เวลา 05.00 น. จึงจะเปิดให้ประชาชนเดินทางเข้ามารอ

วันที่ 24 ต.ค. นายทินกร ทาทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 1 ลำปาง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูและรับผิดชอบพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เปิดเผยว่า หลังเมื่อเวลา 22.44 น. ของคืนวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ได้รายงานแผ่นดินไหวศูนย์กลางอยู่ที่ อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ขนาด 2.6 แมกนิจูด ลึกจากพื้นดิน 5 กิโลเมตร และในเวลา 22.58 น. เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นอีกครั้งที่จุดเดิมวัดได้ 3.4 แมกนิจูด ลึกจากพื้นดิน 2 กิโลเมตร ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่บางส่วนได้รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในครั้งนี้ได้

นายทินกร กล่าวต่อว่า แผ่นดินไหวที่ จ.แพร่ 2 ครั้ง เป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวเพียงเล็กน้อย ประชาชนไม่ต้องตกใจหรือตื่นตระหนกแต่อย่างใด ซึ่งถือว่าเป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็กแต่เกิดใกล้ชุมชนจึงทำให้ชาวบ้านรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน ส่วนสาเหตุนั้นเกิดมาจากรอยเลื่อนเถินที่ยังคงมีพลังอยู่ ซึ่งวางแนวระนาบเอียงไปทางทิศตะวันตกยาวไปถึง เทือกเขาขุนตาล ทั้งนี้รอยเลื่อนเถินที่ขยับตัวครั้งนี้ถือว่ายังไม่รุนแรงและไม่เกิดความเสียหายมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่รอยเลื่อนเถินจะคลายพลังออกมาบ้าง

โรคใหลตายคือภัยเงียบที่ไม่อาจมองข้ามและมีสถิติเพิ่มขึ้นทุกปี โรคใหลตายเป็นศัพท์ท้องถิ่น ที่เรียกอาการภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (ในภาษาท้องถิ่นของภาคอีสานและภาคเหนือของไทย) ณ ตอนนี้

โรงพยาบาลกรุงเทพและในเครือ ให้ความสนใจกับการวิเคราะห์ยีนที่ทำให้มีผลต่อกล้ามเนื้อหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยสามารถทดสอบได้ว่า การกลายพันธุ์ของยีนสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการดังกล่าวร่วมกับการเช็กประวัติครอบครัวของผู้เข้ารับการตรวจว่ามีอาการดังกล่าวหรือไม่ เพราะทายาทสายตรงจะสามารถรับอาการนี้แพร่ไปด้วยโดยอาศัยการกระจายตัวของยีน

ดร.เจฟฟรี่ เอ โทบินส์ (Ph.D.) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรงพยาบาล Le Bonhuer Children’s Hospital มาให้ความรู้เกี่ยวกับอาการกล้ามเนื้อหัวใจเต้นผิดจังหวะในงานสัมมนาวิชาการของเครือ BDMS 2017 ไว้ว่า

“อาการนี้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีสถิติผู้ป่วยเพิ่มสูงในทุกปี เนื่องจากการวินิจฉัยต้องควบคู่กัน แบ่ง 50% นั้น ยีนถูกตรวจพบชนิดที่เกิดเป็นเรื่องความผิดปกติของยีน มักพบในเด็กแรกเกิด และอีก 25%

เกิดภาวะติดเชื้อหรือไวรัส ส่งผลให้ผนังของหัวใจทำงานผิดปกติ ส่วนผู้ป่วยวัยทำงานปกติจะเกิดจากยีนสูงถึง 50% ส่วนที่เหลือคือกลุ่มผู้ป่วย โรคหัวใจ และสารพิษ ยา สารเสพติด การให้คีโมฉายแสงล้วนมีปัจจัยเหนี่ยวนำให้เกิดอาการดังกล่าวขึ้น ภาวะอ้วนในเด็ก ไม่เกี่ยว แต่ในกลุ่มคนไข้ทั่วไปภาวะโรคอ้วนสามารถนำมาเกี่ยวข้องกับอาการดังกล่าวได้เช่นกัน”

อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ กับกล้ามเนื้อหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นความสัมพันธ์โรคที่ต่อเนื่อง โดยทางการแพทย์ได้วิเคราะห์ยีน ณ ตอนนี้ เพื่ออยากหาข้อบ่งชี้ในปัจจัยเอื้อต่อการเกิด โดยมีชื่อโปรตีนที่ทำให้กลายพันธุ์ของยีน

ดังต่อไปนี้ Desmosome, Desmoplakin, Plakophyllin-2, Desmoglein, Desmocolin, Plakoglobin ซึ่งยีนในกลุ่มนี้ สามารถทำให้เกิดภาวะอาการทั้งสองตามที่แจ้งได้ และเป็นเพียงกลุ่มโปรตีนกระตุ้นเบื้องต้น และอาการเหล่านี้

ยังนับว่าเป็นอันตรายต่อตัวผู้ป่วยที่ยังไม่ทราบอาการ เพราะอาการเบื้องต้นมักจะเริ่มจากอาการใจสั่น บางคนเกิดอาการหัวใจบีบตัวแรง เหนื่อยทั้ง ๆ ที่อยู่เฉย ๆ และหลายรายที่ไปตรวจกับแพทย์ไม่เจอ เพราะแพทย์สรุปว่าเป็นโรคเครียด คิดมากไป เพราะอาการเต้นผิดจังหวะของหัวใจมักจะไม่เกิดบ่อย ดังนั้นจึงควรไปพบแพทย์ เพื่อปรึกษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ เพื่อรักษาสาเหตุโดยตรง เพื่อจะช่วยให้ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหายได้

สศท.8 เผยความผาสุกของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อยู่ที่ระดับ 83.38 เป็นเกณฑ์การพัฒนาที่ดี โดยการพัฒนาด้านสังคม สุขอนามัย อยู่ในระดับดีมาก ส่วนด้านการศึกษา และเศรษฐกิจ อยู่ในระดับดี ในขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อม พบว่ายังขาดความสมดุลในระบบนิเวศ แนะส่งเสริมพัฒนาปรับปรุง และเร่งสานต่ออาชีพเกษตรกรรมให้รุ่นใหม่

นายธรณิศร กลิ่นภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี (สศท.8) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลตัวชี้วัดความผาสุกของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และข้อมูลพื้นฐานโครงการว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด 13 อำเภอ 77 ตำบล 665 หมู่บ้าน 179,476 ครัวเรือน ประชากร 531,524 คน ซึ่งในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกิดความเสื่อมโทรม ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเกิดปัญหาระบบนิเวศเสียสมดุล ราษฎรในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ดังเดิม และโยกย้ายถิ่นฐานออกไปทำมาหาเลี้ยงชีพนอกพื้นที่

ความทราบถึงพระเนตรพระกรรณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ จึงทรงมีพระราชดำริอย่างต่อเนื่องถึง 13 ครั้ง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการดำเนิน “โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2.2753 ล้านไร่ ขึ้นในปี 2535 และแล้วเสร็จในปี 2547 โดยยึดแนวพระราชดำริ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีสองแผนงานหลัก คือ

แผนบริหารจัดการและฟื้นฟูนิเวศลุ่มน้ำปากพนัง และแผนแม่บทการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมรายได้ โดยโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีเป้าหมายให้ราษฎรในพื้นที่อยู่ดีกินดี มีความสุข ตามพระราชประสงค์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมบูรณาการ สนองพระราชดำริครอบคลุมทุกด้านมาอย่างต่อเนื่อง ความอุดมสมบูรณ์กลับคืนมาโดยลำดับ ระบบนิเวศต่างๆ ปรับตัวเข้าสู่สมดุลใหม่โดยมีนิเวศแหล่งน้ำเป็นหัวใจหลัก ราษฎรที่อพยพโยกย้ายถิ่นฐานออกไปหาเลี้ยงชีพนอกพื้นที่กลับสู่ถิ่นฐานมาประกอบอาชีพในพื้นที่ มีความอยู่ดีกินดีขึ้นโดยลำดับจากการพัฒนาพื้นที่ในโครงการ

สำหรับแผนการพัฒนาล่าสุด คือ แผนแม่บทโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พ.ศ. 2560-2564 มีวิสัยทัศน์ คือ “พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ สิ่งแวดล้อมสมดุล ประชาชนมีความผาสุก ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ตัวชี้วัดหลัก คือ ความผาสุกของเกษตรกรในพื้นที่ฯ

ในการนี้ สศท. 8 ได้จัดทำผลตัวชี้วัดด้านความผาสุกของเกษตรกรฯ ยึดตามวิธีการจัดทำดัชนีความผาสุกของประเทศ พร้อมทั้งเสนอแนวทางพัฒนาการเกษตรและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ โดยผลการศึกษาดัชนีความผาสุกของเกษตรกรวัดจากการพัฒนา 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สุขอนามัย การศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งพบว่าในปี 2560 เกษตรกรในพื้นที่ฯ มีความผาสุกในระดับ 83.38 จัดอยู่ในระดับการพัฒนาดี แต่การพัฒนายังคงไม่สมดุล โดยการพัฒนาด้านสังคม และด้านสุขอนามัย อยู่ในระดับดีมาก ด้านการศึกษา และด้านเศรษฐกิจ อยู่ในระดับดี อย่างไรก็ตาม ทางด้านสิ่งแวดล้อม (สัดส่วนพื้นที่ป่าไม้ต่อพื้นที่ทั้งหมดของโครงการฯ) ยังอยู่ในระดับต้องปรับแก้ไข โดยสาเหตุหนึ่งเกิดจากการการขยายพื้นที่เพื่อปลูกปาล์ม และยางพารา

ทั้งนี้ เพื่อการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน ควรสนับสนุนการฟื้นฟูและปลูกป่าเพิ่ม เพื่อสร้างความสมดุลในระบบนิเวศให้มากขึ้น และการจัดที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ รวมทั้ง การส่งเสริมการดำเนินการพัฒนาปรับปรุง ฟื้นฟูทรัพยากรดินอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการลดลงของคนรุ่นใหม่ ที่จะสืบทอดอาชีพเกษตรของพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ จึงต้องส่งเสริม สร้างแนวทาง และสร้างความภูมิใจในอาชีพการเกษตรให้มากขึ้น โดยการสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนหรือเกษตรกรรุ่นใหม่และแรงงานที่มีคุณภาพ เข้าสู่อาชีพเกษตรกรรม เพิ่มมาตรการจูงใจให้ยุวเกษตรกร สานต่ออาชีพเกษตรกรรมต่อไป

กรณีพบซากพะยูนบริเวณปากคลองโต๊ะ ในพื้นที่ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง โดยนำเชือกผูกติดกับครีบหน้า แล้วโยงกับรากต้นโกงกาง ในสภาพที่เปื่อยยุ่ย เหลือเพียงลำไส้กับหนังเล็กน้อย จึงไม่สามารถระบุเพศ อายุ น้ำหนัก ความยาว หรือรายละอียดต่างๆ ได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นการตายของพะยูนเองตามธรรมชาติ หรืออาจไปติดกับเครื่องมือประมงชนิดใดชนิดหนึ่ง ก่อนที่ร่างจะถูกซัดเข้ามายังแนวป่าโกงกาง แล้วมีผู้มาพบเห็นเข้า จึงใช้เชือกมัดร่างทิ้งไว้ หรืออาจเป็นขบวนการล่าพะยูนเพื่อเฉือนเอาอวัยวะต่างๆ ไป เนื่องจากในที่เกิดเหตุไม่พบส่วนของกระดูกและเนื้อเลยนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 ต.ค. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ตำรวจสายตรวจตำบลเกาะลิบง ทีมพิทักษ์ดุหยง ชมรมรถพ่วงเกาะลิบง และชาวบ้านตำบลเกาะลิบง นำโดย นายสิทธิพร จิเหลา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เกาะลิบง และ นายอับดลรอหีม ขุนรักษา กำนันตำบลเกาะลิบง ร่วมกันประชุมพูดคุยหารือเพื่อหาทางออกของปัญหาดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน โดยหลังจากนี้จะมีการจัดตั้งทีมพิทักษ์พะยูนขึ้น ร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าฯ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอกันตัง เพื่อออกลาดตระเวนบริเวณแหล่งที่อยู่อาศัยของพะยูน โดยเฉพาะเกาะลิบง ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญที่สุดของประเทศไทย รวมทั้งเป็นแหล่งหญ้าทะเล อาหารของพะยูนด้วย

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ ผู้บริหารระดับสูงของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะเดินทางมายังมูลนิธิอันดามัน จ.ตรัง เพื่อพบปะพูดคุยกับหน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน ชมรมอนุรักษ์ และชาวบ้านชายฝั่งทะเล กรณีที่เกิดขบวนการล่าพะยูนขึ้นที่เกาะลิบง เนื่องจากเป็นจุดที่มีพะยูนอาศัยอยู่ประมาณ 130-150 ตัว จากจำนวนพะยูนทั้งหมดในประเทศไทยราวๆ 200 ตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พะยูน เป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 เป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดเดียวที่เป็นสัตว์น้ำ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเลเขตอบอุ่น

นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีมีประชาชนจำนวนมากเข้ามาจับจองพื้นที่โดยรอบจุดคัดกรองเพื่อเข้ามาร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า จากการลงพื้นที่สำรวจโดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์ พบว่า เริ่มมีประชาชนมาจับจองพื้นที่จำนวนมากแล้ว ส่วนใหญ่เป็นประชาชนจากต่างจังหวัด ที่ไม่ได้จองที่พักในโรงแรม อีกทั้งไม่แน่ใจว่าจะได้เข้าชมพระราชพิธีอย่างใกล้ชิดหรือไม่ ซึ่งก็น่าห่วงเรื่องของสุขภาพอย่างมาก ด้วยสภาพอากาศขณะนี้ เป็นลักษณะร้อน สลับฝน ร้อนก็ร้อนจัด และมีฝน ก็เสี่ยงที่จะเจ็บป่วยได้ง่าย แต่เข้าใจว่า ประชาชนที่มาปักหลักค้างแรม ไม่ได้ห่วงหรือคำนึงถึงสุขภาพ เพราะตั้งใจถวายความจงรักภักดี อันดับแรก คงต้องขอให้ดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองเป็นหลัก ในส่วนของทีมแพทย์ จะช่วยเสริมให้สิ่งจำเป็น เช่น จะมีทีมแพทย์ สลับสับเปลี่ยนเดินเท้ามาสอบถาม ถึงอาการ และหากต้องการยาก็ขอได้ที่จุดหน่วยแพทย์ พร้อมกันนี้จะประสานกทม. ให้ฉีดพ่นหมอกควัน เพื่อป้องกันยุง เนื่องจากสภาพอากาศชื้น เกรงปัญหาเรื่องไข้เลือดออก

นพ.ณรงค์ กล่าวว่า สำหรับการปฏิบัตตน อยากให้ประชาชนทำความเข้าใจว่า ไม่ควรอดน้ำ เพราะเข้าใจว่า บางคนกลัวเรื่องการเข้าห้องน้ำที่อาจไม่สะดวกสบายเหมือนที่บ้าน เลยอยากเข้าห้องน้ำน้อย จริงๆ ควรมีการจิบน้ำบ่อยๆ เพราะอากาศกลางวันร้อนจัด ห้องน้ำก็มีของกทม.คอยให้บริการ และห่วงเรื่องของท้องเสีย อาหารเป้นพิษ ควรเลี่ยงอาหารที่ปรุงจากกะทิ หรืออาหารรสจัด เพื่อลดการเจ็บป่วย และการถ่ายท้อง จากโรคระบบทางเดินอาหาร

รายงานข่าวจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) catflux-forum.net เผยว่า จากที่คณะเกษตรศาสตร์ มช. ได้จัดงานเกษตรภาคเหนือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรอิสระ และกลุ่มเกษตรกรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 โดยมีแนวปฏิบัติจะจัดงานขึ้นทุก 2 ปี เพื่อสืบสานและเผยแพร่พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “ศาสตร์แห่งพระราชา” ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรของประเทศ อย่างต่อเนื่อง เผยแพร่ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์เกษตร การผลิตด้านการเกษตร การพัฒนาเกษตรที่สูง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว ธุรกิจเกษตรและสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้กับนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร นักวิชาการ และประชาชนทั่วไป รวมทั้งเพื่อสนับสนุนนโยบายของคณะเกษตรศาสตร์ที่มุ่งพัฒนาไปสู่การเป็นสมาร์ต อะกรีคัลเจอร์ ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศไทยตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ประกอบกับในปี พ.ศ. 2560 คณะเกษตรศาสตร์ครบ 50 ปีการก่อตั้ง จึงจัดงานเกษตรภาคเหนือ ครั้งที่ 8 “เกษตรทันสมัย เศรษฐกิจก้าวไกล ใส่ใจชุมชน” ขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 พ.ย.นี้

ทั้งนี้ ยังมีกิจกรรม อาทิ การเสวนาในหัวข้อต่างๆ เช่น จุดประกายฝันคนรุ่นใหม่สู่เกษตรกรไทย 4.0, เกษตรสุขภาพดีวิถีล้านนา, นิทรรศการงานวิจัยและการเรียนการสอนของคณะเกษตรศาสตร์ นิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การประกวดสัตว์ การประกวดพันธุ์พืช และนิทรรศการร้านค้า กาดเกษตรม่วนใจ๋ จวนจิม จวนใจ๊ ของดีเมืองเหนือ เป็นต้น

เมื่อเวลา 13.00น. วันที่ 24 ตุลาคม 2560 ที่สถานีขนส่งจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 2 สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา นายจรูญ จงไกรจักร ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ทำพิธีปล่อยขบวนรถโดยสารจิตอาสา เพื่อรับ-ส่ง ประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่พระเมรุมาศจำลอง บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยมีรถโดยสารสองแถว รถแท็กซี่มิเตอร์ รถสามล้อเครื่อง และรถจักรยานยนต์ ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา 908 คัน มาลงทะเบียนมาร่วมเป็นจิตอาสารับ-ส่งประชาชน พร้อมนำแผ่นป้ายไวนิล และสติ๊กเกอร์ ติดข้างรถเพื่อแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบ และสามารถขอใช้บริการได้ฟรี

นายจรูญ เปิดเผยว่า เนื่องจากในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ จะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่พระเมรุมาศจำลอง บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ดังนั้นกลุ่มผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ รวมทั้งรถแท็กซี่มิเตอร์ รถสามล้อเครื่อง และรถจักรยานยนต์ ในพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา จึงรวมกลุ่มกันมาสมัครเป็นจิตอาสา 908 คัน เพื่อให้บริการรับ-ส่ง ประชาชนไปที่บริเวณพระเมรุมาศจำลอง หน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมาฟรี

“รถโดยสารสาธารณะจะกระจายไปตามจุดต่างๆ รอบตัวเมือง ที่จังหวัดจัดเป็นที่จอดรถ โดยจะมีแผ่นป้ายไวนิล และสติ๊กเกอร์คำว่า “รถโดยสารจิตอาสา” ติดอยู่กับรถทุกคัน ประชาชนสามารถขอใช้บริการฟรี โดยเริ่มให้บริการในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 06.00น. เป็นต้นไป จนเสร็จสิ้นพิธีถวายดอกไม้จันทน์” นายจรูญ กล่าว

นครราชสีมา – นายธนนชัย สืบพรหม ประมงอำเภอครบุรี เผยมีรายงานพบปลาชะโดในเขื่อนลำแชะและคาดว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีปลาน้ำจืดหลากหลายชนิด ถูกปลาชะโดรวมถึงปลาล่าเนื้อชนิดอื่นๆ ไล่กัดเป็นบาดแผลลอยตายมากในแต่ละวัน พบเห็นทั่วไปในเขื่อนลำแชะ อีกทั้งปลากระชังที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ก็ถูกปลาชะโดเข้าไปรบกวนสร้างความเสียหายอยู่เป็นประจำ เชื่อว่าปลาชะโดในเขื่อนลำแชะมีจำนวนมากเกินไป ส่งผลต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำ กระทบต่อจำนวนประชากรปลาชนิดอื่นที่อาจจะถูกล่าและลดจำนวนลง ส่งผลต่อวิถีชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มชาวประมงที่ต้องหาสัตว์น้ำมาเลี้ยงดูครอบครัว อาจหาปลายากขึ้น

ผู้ใดที่จับปลาชะโดได้ ให้นำขึ้นมากำจัดเสีย ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ไม่อยากให้ปล่อยลงลำน้ำกลับคืน ปลาชะโดมีนิสัยดุร้ายมากหวงถิ่น ในฤดูผสมพันธุ์ปลาตัวผู้ซึ่งเป็นผู้ดูแลไข่และลูกอ่อน จะกัดและทำร้ายสัตว์ทุกชนิดที่ผ่านเข้ามาใกล้รัง แม้กระทั่งคน ลูกครอกชะโดในแต่ละฝูงไม่น้อยกว่า 100 ตัว พ่อแม่ชะโดที่ดูแลลูกครอกเหล่านี้ดุร้าย ขย้ำทุกสิ่งที่เข้ามากวนลูกครอก ทำให้มากกว่า 90% ของจำนวนลูกครอกอยู่รอดและขยายพันธุ์ต่อไป เป็นผลทำให้ระบบนิเวศของสัตว์น้ำจืดในแหล่งน้ำนี้ขาดความสมดุล

เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังในเขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี เกือบ 100 ราย ประสบกับปัญหา ถูกปลาชะโดคุกคามอย่างหนัก เฝ้าดักกินปลาในกระชัง กัดกระชังปลาเข้าไปไล่กัดกินปลาในกระชัง ต้องใช้ตาข่ายซ้อนกันถึง 3 ชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาชะโดเข้าไปกัดกินปลาที่เลี้ยงเอาไว้ได้ แต่ก็ยังมีปลาชะโดบางส่วนหลุดรอดเข้าไปกินปลากระชังได้